
เงินหายในโรงพยาบาล
ผมและภรรยาได้ไปใช้บริการนวดประคบสมุนไพร ที่แผนกแพทย์แผนไทย โรงพยาบาลเมืองชลบุรี ในอัตราค่าบริการ 2 ชั่วโมงเป็นเงิน 350 บาท เมื่อวันที่ 12 มกราคม 2552 เวลา 13.00 น.
เมื่อผมและภรรยาเปลี่ยนเสื้อผ้าที่โรงพยาบาลจัดไว้ให้ และเก็บเสื้อผ้าส่วนตัวพร้อมด้วยกระเป๋าถือ และโทรศัพท์มือถือใส่ไว้ในตู้ที่แผนกแพทย์แผนไทยจัดไว้ให้ใส่กุญแจเรียบร้อยแล้ว ไปทำการนวด ถึงเวลา 15.30 น. นวดเสร็จกลับมาเปลี่ยนเสื้อผ้า ภรรยาได้เปิดกระเป๋าถือเพื่อหยิบโทรศัพท์จึงรู้ว่ากระเป๋าถูกค้น และเงินสดในกระเป๋าจำนวน 4 หมื่นบาท หายไป
ผมได้สอบถามหัวหน้าผู้รับผิดชอบแผนกแพทย์แผนไทย รวมทั้งหมอนวด แต่ก็ไม่มีใครทราบไม่มีใครเห็น ทั้งที่ตู้เก็บเสื้อผ้าไม่มีรอยงัดแงะกุญแจ ผมจึงไปแจ้งความที่สถานีตำรวจภูธรเมืองชลบุรี และเจ้าหน้าที่ตำรวจได้มาตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่จากกองพิสูจน์หลักฐาน และได้มาถึงก่อนโดยหมอนวดเป็นผู้แจ้ง
เจ้าหน้าที่ตำรวจได้สอบถามเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลเรื่องกล้องวงจรปิด เจ้าหน้าที่ตอบว่า เสียใช้การไม่ได้
ต่อมาในวันรุ่งขึ้นวันที่ 13 มกราคม 2552 ผมและภรรยาได้ไปที่แผนกแพทย์แผนไทย พบป้ายข้อความ ทรัพย์สินมีค่าติดตัวไว้กับผู้ป่วย หน่วยงานไม่รับผิดชอบหากมีการสูญหาย ติดไว้ข้างตู้ใส่เสื้อผ้า ซึ่งกระทำหลังจากมีการขโมยเกิดขึ้น ผมจึงได้มีจดหมายเรียนถามผู้อำนวยการโรงพยาบาลเมืองชลบุรีในกรณีเงินสูญหายภายในโรงพยาบาล ก็ได้รับคำตอบกลับมาว่า ขอแสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และให้เป็นเรื่องของเจ้าหน้าที่ตำรวจ
จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ผมขอเรียนถามว่า ความรับผิดชอบของโรงพยาบาลเมืองชลบุรีมีเพียงเอกสารแสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเท่านั้นหรือ
ข้าราชการบำนาญ
ตอบ
นายพิชัย ศิริพรพาณิชย์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเมืองชลบุรี ชี้แจงว่า เงินหายเพียงอย่างเดียวอย่างอื่นไม่หาย ตู้เก็บของก็ไม่มีร่องรอยของการงัดแงะ ตำรวจได้มาตรวจสถานที่เกิดเหตุเก็บร่องรอยลายนิ้วมือ และตรวจลายนิ้วมือของพนักงานนวดทุกคนไปตรวจแล้ว ขณะนี้กำลังรอผลการตรวจสอบอยู่
ผู้ใช้บริการสองท่านนี้มาใช้บริการนวดแผนไทยของทางโรงพยาบาลบ่อยครั้ง ในวันที่เกิดเหตุได้แจ้งว่า เงินสดที่ติดตัวมาด้วยประมาณ 3-4 หมื่นบาทหายไปจากตู้เก็บเสื้อผ้า ทางโรงพยาบาลจึงได้แจ้งตำรวจให้ช่วยตรวจสอบและติดตามผู้กระทำผิด และตรวจค้นทรัพย์สินของพนักงานนวดทุกคนแล้ว แต่ก็ไม่พบ
ส่วนกล้องวงจรปิด มีกล้องและใช้งานได้ แต่ไม่สามารถมองเห็นถึงที่ตั้งของตู้เก็บเสื้อผ้า ขณะนี้ได้ปรับมุมกล้องให้มองเห็นได้ชัดเจนแล้ว และย้ายตู้เก็บเสื้อผ้าให้อยู่ในสายตาของเจ้าหน้าที่ และสามารถมองเห็นได้จากห้องนวด รวมถึงได้ติดสติกเกอร์เตือนให้ระวังและเก็บของมีค่าไว้กับตัวด้วย
กรณีเช่นนี้ทางโรงพยาบาล ไม่ได้ว่าเกิดเหตุแล้วเพิ่งจะนำป้ายมาเตือน แต่ในโรงพยาบาลก็มีป้ายเตือนแบบนี้อยู่หลายจุด เพราะโรงพยาบาลเป็นสถานที่สาธารณะมีบุคคลทั่วไปเข้าออกตลอดเวลา ไม่สามารถตรวจสอบได้ว่าใครเป็นใคร แต่ก็มีการดูแลความปลอดภัยและอำนวยความสะดวกในส่วนอื่นๆ เพราะฉะนั้น ทางโรงพยาบาลจึงไม่สามารถรับผิดชอบทรัพย์สินของคนไข้หรือผู้ใช้บริการได้ ผู้ใช้บริการจึงจำเป็นต้องดูแลเก็บรักษาทรัพย์สินของตนเองให้ดี
ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเมืองชลบุรี บอกว่า ไม่ได้ปฏิเสธความรับผิดชอบ แต่รับผิดชอบให้ไม่ได้ ต้องรอให้ตำรวจช่วยติดตามและดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดตามกฎหมายต่อไป
ลุงแจ่ม



