royal coronation
วันที่ 21 กันยายน 2562
ไลฟ์สไตล์

3 หนังสั้นทำคนดังน้ำตาริน

วันที่ 23 ตุลาคม 2560 - 19:35 น.
เซเลบริตี้, คมชัดลึก ไลฟ์สไตล์, บริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด, ภาพยนตร์สั้น, เพลงพระราชนิพนธ์, ภาพยนตร์ประกอบเพลง, ในดวงใจนิรันดร์, แว่วเสียง, ค่ำแล้ว
Shares :

ภาพยนตร์ประกอบเพลงพระราชนิพนธ์ชุด “ค่ำแล้ว  แว่วเสียง...ในดวงใจนิรันดร์”

          เพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ที่มีต่อปวงชนชาวไทยผ่านบทเพลงพระราชนิพนธ์ และเพื่อให้ประชาชนชาวไทยได้ตระหนักถึงการดำรงตนเป็นคนดี ตามพระบรมราโชวาทที่ได้พระราชทานไว้ตลอดระยะเวลา 70 ปีที่ทรงครองราชย์ บริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด และ บริษัทสิงห์ คอร์เปอเรชั่น จำกัด จึงสร้างสรรค์โครงการภาพยนตร์สั้นและภาพยนตร์ประกอบเพลงพระราชนิพนธ์สามเรื่องชุด “ค่ำแล้ว  แว่วเสียง...ในดวงใจนิรันดร์” โดย 3 ผู้กำกับภาพยนตร์โฆษณาชื่อดัง พรพิพัฒ ลักษณะสุต, อลงกต เอื้อไพบูลย์ และ ราจิต แสง-ชูโต พร้อมเผยแพร่ทางเฟซบุ๊กแฟนเพจ Singha Corporation, LINE TV รวมทั้งสื่อออนไลน์และสถานีโทรทัศน์ช่องต่างๆ โดยในวันงานเปิดตัวมีคนดัง อาทิ ม.ล.วิฏราธร จิรประวัติ, ภัทศา งามจิตรสุขศรี, รวิสรา สมะลาภา ปรัชญา มีบำรุง, รุจนา อุทัยวรรณ์ และ ชญาน์ทัต วงศ์มณี ตบเท้าเข้านั่งชมด้วยความความชื่นชม ที่ โรงภาพยนตร์ เอ็มบาสซี ดิโพลแมท สกรีน ชั้น 6 เซ็นทรัล เอ็มบาสซี เมื่อวันก่อน

 ณัฐวรรณ ทีปสุวรรณ

          ณัฐวรรณ ทีปสุวรรณ ผู้อำนวยการสำนักงานประชาสัมพันธ์ และสื่อสารองค์กร บริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด กล่าวว่า โครงการภาพยนตร์สั้นและภาพยนตร์ประกอบเพลงพระราชนิพนธ์ โดยเชิญบทเพลงพระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร  เพลง “ค่ำแล้ว”, “Echo” (เอคโค) และ “ในดวงใจนิรันดร์” มาเป็นแรงบันดาลใจและแนวคิดของภาพยนตร์แต่ละเรื่อง โดยเนื้อหาของภาพยนตร์ชุดนี้ทางบริษัทฯ ได้เปิดโอกาสให้ผู้กำกับทั้ง 3 ท่าน ได้แสดงความคิดสร้างสรรค์ตามแนวทางของแต่ละท่านอย่างเต็มที่ เพื่อสะท้อนให้เห็นว่า สิ่งต่างๆ ที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ทรงทำเพื่อคนไทยนั้น เราทุกคนได้น้อมนำมาปฏิบัติใช้ในชีวิตประจำวัน เปรียบเสมือนพระองค์ท่านยังทรงอยู่กับเรา ทรงอยู่ในใจประชาชนชาวไทยตลอดเวลาพร้อมมุ่งหวังให้ประชาชนที่ได้ชมภาพยนตร์ชุดนี้ ได้รับแนวคิดเพื่อเป็นแรงบันดาลใจในการดำเนินชีวิตและเป็นคนดีของสังคมไทย ตามแนวคำสอนที่ถ่ายทอดมาจากพระบรมราโชวาท พระราชดำรัสและพระราชกรณียกิจ ตลอด 70 ปี ที่ทรงครองราชย์
         สำหรับภาพยนตร์สั้นและภาพยนตร์ประกอบเพลงพระราชนิพนธ์ชุดนี้ประกอบด้วยเรื่อง “ค่ำแล้ว” กำกับโดย พรพิพัฒ ลักษณะสุต ได้แรงบันดาลใจจากบทเพลงพระราชนิพนธ์ “ค่ำแล้ว” ขับร้องโดยสุภัทรา  โกราษฎร์ “แว่วเสียง” กำกับโดยอลงกต เอื้อไพบูลย์ได้แรงบันดาลใจจากบทเพลงพระราชนิพนธ์ “Echo”(เอคโค) ขับร้องโดย จารุวรรณ บุญญารักษ์ และ “ในดวงใจนิรันดร์” กำกับโดยราจิต แสง-ชูโต ได้แรงบันดาลใจจากบทเพลงพระราชนิพนธ์ “ในดวงใจนิรันดร์” ขับร้องโดย “ป๊อด” ธนชัย อุชชิน

อลงกต เอื้อไพบูลย์-พรพิพัฒ ลักษณะสุตอลงกต

          พรพิพัฒ ลักษณะสุต เผยแนวคิดที่ต้องการสื่อสารผ่านภาพยนตร์สั้น เรื่อง “ค่ำแล้ว” ว่า “เพลงพระราชนิพนธ์ “ค่ำแล้ว” เป็นเพลงที่มีลักษณะเพลงกล่อม(lullaby)จึงตีความเป็นเนื้อเรื่องเกี่ยวกับการเลี้ยงลูกในแต่ละสถานการณ์ ผ่านเรื่องราวของ 4 ครอบครัวที่อยู่ในแต่ละภูมิภาคของประเทศไทยในค่ำคืนเดียวกันที่พระจันทร์เต็มดวง ซึ่งแม้ว่าแต่ละเรื่องจะมิได้กล่าวถึงในหลวงรัชกาลที่ 9 โดยตรง แต่ได้สอดแทรกสิ่งที่พระองค์ท่านทรงสอนไว้ให้คนดูได้ฉุกคิด โดยสัญลักษณ์ของ ‘ค่ำแล้ว’ คือ ดวงจันทร์ เปรียบเสมือนแสงที่ส่องนำใจ ให้คนไทยไม่ว่าจะอยู่ที่ใด เลือกเดินไปในทางที่ถูกต้องเหมาะสม เพื่อตัวเองครอบครัวและสังคม” 
          อลงกต เอื้อไพบูลย์ เล่าถึงแรงบันดาลใจของภาพยนตร์สั้นเรื่อง “แว่วเสียง” ว่าต้องการให้คนรุ่นใหม่ โดยเฉพาะวัยรุ่นได้เห็นถึงพระปรีชาสามารถของในหลวงรัชกาลที่ 9 ในด้านดนตรี จึงเลือกทำภาพยนตร์สั้นที่มีกลิ่นอายของมิวสิควิดิโอ ซึ่งเพลงพระราชนิพนธ์ Echo (เอคโค) ในเวอร์ชั่นนี้ ก็มีท่วงทำนองที่ทันสมัย เข้าถึงวัยรุ่นได้ง่าย โดยนำเรื่องราวทั้ง 4 เหตุการณ์ที่เห็นในชีวิตประจำวัน อย่างนักเรียนที่ละเลยการเรียน วัยรุ่นยกพวกตีกัน คนขับรถปาดหน้ากัน เจ้าหน้าที่รับสินบนจากผู้รับเหมาก่อสร้างมาสะท้อนให้เห็นถึงช่วงเวลาของคนที่กำลังจะทำความผิด และได้ยินเสียงแว่วมาจากฟ้า ทำให้คนเหล่านั้นฉุกคิดถึงคำสอนของพ่อในอดีตที่เคยสอนให้เป็นคนดี ทำให้พวกเขากลับใจที่จะไม่กระทำความผิดนั้นเปรียบเสมือนสิ่งที่พระองค์ท่านทรงสอนพวกเราเสมอว่า ทุกคนมีความดี และจงนำความดีนั้นมาใช้ให้เป็นประโยชน์ต่อสังคม 

วุฒินันต์-วฤตดา ภิรมย์ภักดี

         ราจิต แสง-ชูโต ถ่ายทอดมุมมองของภาพยนตร์ เรื่อง “ในดวงใจนิรันดร์” ว่าตั้งใจที่จะให้ทุกคนที่ได้ชมภาพยนตร์เรื่องนี้รู้สึกว่า แม้ในวันนี้ที่คนไทยทั้งประเทศจำต้องยอมรับกับความเป็นจริงที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ไม่ได้ประทับอยู่กับพวกเราแล้ว แต่ยังทรงสถิตอยู่ในห้วงความคิดคำนึง ไม่ว่าจะอยู่แห่งหนใด ในทุกสายลม แสงแดด สายฝน ในทุกกิจกรรมและทุกจังหวะชีวิต ที่ร่วมกันก้าวเดินต่อไป โดยอัญเชิญบทเพลงพระราชนิพนธ์ “ในดวงใจนิรันดร์”ที่เนื้อร้องมีความหมายและอารมณ์ที่ตีความได้หลากมิติ นำมาร้อยเรียงเป็นภาพเพื่อให้เกิดความซาบซึ้งและรู้สึกเสมือนหนึ่งว่า ในยามที่เราสูญเสีย เราก็ยังสามารถสัมผัสได้ถึงพระเมตตากรุณาที่พระราชทานแก่คนไทยทุกคนตลอดมาและตลอดไป

ม.ล.วิฏราธร จิรประวัติ

          หลังจากชมภาพยนตร์สั้นและภาพยนตร์ประกอบเพลงพระราชนิพนธ์ชุดนี้แล้วนั้น ม.ล.วิฏราธร จิรประวัติ กล่าวถึงความรู้สึกว่า ประทับใจภาพยนตร์ทั้ง 3 เรื่อง ที่สื่อให้รู้สึกเหมือนกับพระองค์ท่านทอดพระเนตรมาที่พวกเรา และประทับอยู่ใกล้ ๆ พวกเราคนไทยเสมอ และอิ่มใจกับบทเพลงพระราชนิพนธ์ ซึ่งป็นหัวใจของการเดินเรื่อง และช่วยทำให้ภาพยนตร์แต่ละเรื่องมีความน่าสนใจมากขึ้น อย่างเรื่องค่ำแล้ว ที่สะท้อนให้เห็นว่าพ่อแม่ทุกคนหวังดีกับลูก และอยากเห็นลูกได้ดี ส่วนเรื่องแว่วเสียงเล่าถึงสิ่งที่พ่อสอนช่วยทำให้เกิดเสียงสะท้อนที่ก้องอยู่ในหูทุกครั้งที่คุณคิดจะทำอะไร อย่างเรื่องการรู้จักผิดชอบชั่วดี ซึ่งป็นสิ่งที่ทุกคนตระหนักอยู่ทุกลมหายใจ และจงเลือกทำให้ถูกต้อง ซึ่งนอกจากเป็นการทำเพื่อตัวเองแล้ว ยังส่งผลถึงประเทศชาติด้วย ส่วนเรื่องในดวงใจนิรันดร์นั้นทำให้นึกถึงสิ่งที่พระองค์ท่านทรงทำเพื่อประชาชนชาวไทยตลอดระยะเวลา ๗๐ ปีที่ทรงครองราชย์ เมื่อชมภาพยนตร์ชุดนี้ก็ยิ่งทำให้รู้สึกคิดถึงพระองค์ท่าน”

ภัทศา งามจิตรสุขศรี-รวิสรา สมะลาภา

         แม่ลูกคู่สวย ภัทศา งามจิตรสุขศรี และ รวิสรา สมะลาภา บอกเล่าความซาบซึ้งและสิ่งที่ได้รับจากภาพยนตร์ชุดนี้ ว่า “ความที่เป็นแม่จึงกระทบใจกับเนื้อหาของภาพยนตร์เรื่อง ค่ำแล้ว เป็นพิเศษ ซึ่งสื่อถึงความเสียสละของพ่อแม่ ที่ไม่ว่าจะอยู่ในสถานะใดหรือยากดีมีจนอย่างไร ตราบใดที่ยังมีลมหายใจ ความเหนื่อยไม่สามารถทำให้เราละทิ้งหน้าที่ความรับผิดชอบของเราไปได้เลย ทำให้นึกถึงในหลวงรัชกาลที่ 9 ที่ไม่ว่าพระองค์ท่านจะทรงงานเหน็ดเหนื่อยสาหัสขนาดไหน แต่พระองค์ท่านก็ไม่เคยละทิ้งประชาชน ชีวิตนี้ตั้งปณิธาณไว้ว่า จะตั้งใจจะเลี้ยงลูกให้เขาเป็นคนที่มีประโยชน์ต่อสังคมมากที่สุด และสอนเขาให้รู้จักเสียสละความสุขส่วนตน เพื่อประโยชน์ส่วนใหญ่แก่สังคม ดังนั้นถ้าพวกเราทุกคน ทุกบ้าน รู้จักที่จะคิดและสอนลูก รวมทั้งช่วยกันทำ เริ่มจากครอบครัวซึ่งเป็นจุดเล็กๆ ของครอบครัว แต่เมื่อทำรวมกันหลายครอบครัวแล้ว ก็จะเป็นกำไรของสังคมอย่างมหาศาล
         ส่วน รวิสรา สมะลาภา นิสิตสาวสวยรั้วจามจุรีบอกว่า  ประทับใจภาพยนตร์เรื่อง แว่วเสียงเพราะชื่นชอบบทเพลงพระราชนิพนธ์ Echo (เอคโค) อยู่แล้ว รวมทั้งเนื้อหาในภาพยนตร์ก็เข้าถึงง่าย และสะท้อนปัญหาสังคมไทย ซึ่งเป็นเรื่องที่ใกล้ตัวมาก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการคอร์รัปชั่น และนักเรียนยกพวกตีกัน ซึ่งหากทุกคนฉุกคิดถึงคำสอนของพ่อก็จะไม่ทำในสิ่งที่ไม่ถูกไม่ควร สำหรับตัวเองก็น้อมนำคำสอนของในหลวงรัชกาลที่ 9 มาใช้ในชีวิต เช่น ความพอเพียง และการพอใจในสิ่งที่เรามี แต่พอเพียงสำหรับมุมมองของตัวเอง ไม่ใช่แค่เรื่องความประหยัด แต่ต้องสร้างประโยชน์อื่น ๆ ต่อไปด้วย เป็นคนที่มีประโยชน์ต่อสังคม จริงๆ การเป็นคนดีเหมือนเป็นการส่งต่ออย่างหนึ่ง มีคนเคยบอกว่าสภาพแวดล้อมหล่อหลอมคน ถ้าเราอยู่ในสังคมที่เป็นคนดี เริ่มจากเราเป็นคนดี คนรอบข้างเราก็จะเป็นคนดี และถ้าทุกคนเป็นคนดี ก็จะช่วยพัฒนาสังคมให้ดีไปได้อีกขั้นหนึ่ง 
          ร่วมน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ผ่านภาพยนตร์สั้นและภาพยนตร์ประกอบเพลงพระราชนิพนธ์สามเรื่อง ชุด “ค่ำแล้ว  แว่วเสียง...ในดวงใจนิรันดร์” ที่สร้างจากแรงบันดาลใจจากบทเพลงพระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ทางเฟซบุ๊กแฟนเพจ Singha Corporation, LINE TV รวมทั้งสื่อออนไลน์และสถานีโทรทัศน์ช่องต่างๆ อาทิ ภาพยนตร์สั้น “ค่ำแล้ว”  https://www.facebook.com/SINGHAofficial/videos/1147928915339643/ ภาพยนตร์ประกอบเพลง “แว่วเสียง” https://www.facebook.com/SINGHAofficial/videos/1147906152008586/ ภาพยนตร์ประกอบเพลง “ในดวงใจนิรันดร์” https://www.facebook.com/SINGHAofficial/videos/1147914985341036/ ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป

Shares :

5 อันดับข่าวฮิต
Recommended
ข่าวที่คุณอาจสนใจ