royal coronation
วันที่ 20 กันยายน 2562
ไลฟ์สไตล์

เบนซ์ จีแอลซี 300 ดีสวย ขับสนุก

วันที่ 29 มิถุนายน 2562 - 00:00 น.
เบนซ์ จีแอลซี 300,ยานยนต์
Shares :

คอลัมน์...  ยานยนต์   โดย...   สินธุ์ชัย ภมรพล

 

 

          เมอร์เซเดส-เบนซ์ จีแอลซี เริ่มทำตลาดในปี 2558 และได้รับการตอบรับที่ดี เป็นหนึ่งในรถคอมแพคท์ พรีเมียม เอสยูวี ที่ได้รับการตอบรับที่ดี ซึ่งก็มาจากตัวรถเอง ทั้งรูปทรง สมรรถนะ

 

 

          และก็ถึงเวลาสำหรับการเฟซลิฟท์ ที่เปิดตัวอย่างเป็นทางการในตลาดโลกแล้ว และน่าจะเข้ามาบ้านเราในช่วงปลายปี ซึ่งปรับรายละเอียดต่างๆ ได้น่าสนใจ หน้าตาดูลงตัวมากขึ้น ได้ทั้งความสวยงาม หรูหรา และสปอร์ต ผสมกันไป


          ปรับปลี่ยนไฟหน้าใหม่ เปลี่ยนกระจังหน้าใหม่ไฟท้ายรูปทางใหม่ และรูปทรงโดยรวมด้านท้ายดูหนักแน่น และสอดรับกันดี ตั้งแต่ท่อไอเสีย กันชน ฝาท้าย และไฟท้ายที่ดูกระชับขึ้นและใช้รายละเอียดของดวงไฟแอลอีดี มาเล่น เหมือนมีแพทเทิร์นในโคมไฟ

 

 

 

 


          ทั้งนี้เมื่อมองในภาพรวมด้านท้ายทั้งหมดเรียกว่าเก็บงานได้ละเอียด ไม่มีตัวหนึ่งตัวใดดูรกตา สวยขึ้นชัดเจนครับ แต่ส่วนที่ดูคล้ายเดิมที่สุดก็คือมุมมองด้านข้าง แต่ก็ผมก็ชอบบันไดข้าง นอกจากเพิ่มความสะดวกในการขึ้นลง ยังเพิ่มความลงตัวของรูปทรงมากขึ้น และก็ต้องชมอีกอย่างว่าทีมงานออกแบบเชื่อมอารมณ์ของรถให้ต่อเนื่องรอบคันได้ตั้งแต่หน้า ข้าง ไปถึงด้านหลัง ทั้งด้วยรูปแบบ และวัสดุสีเงินในจุดที่ควรจะใช้


          ห้องโดยสารกว้างขวาง นั่งสบาย เบาะนั่งนุ่ม และกระชับลำตัว ช่วยได้มากเมื่อต้องขับผ่านป่าเขา ตำแหน่งอุปกรณ์ ปุ่มควบคุมต่างๆ ใช้งานคล่องตัว


          มอนิเตอร์ปรับเปลี่ยนใหม่ เพิ่มสัดส่วนความยาว ทำให้ดูเพรียวขึ้น สปอร์ตขึ้นจากรุ่นเดิมที่ดูป้อมๆ ทำให้เหมือนถูกคอนโซลหน้าข่มไว้ในตัว แต่ตัวใหม่ทำให้ภาพรวมดูสมดุลมากขึ้น ให้ภาพ ให้ข้อมูลชัดเจน แม้ขับขี่ในเวลากลางวันที่แสงแดดจ้า
   

 

 

 

          พวงมาลัยมัลติฟังก์ชันแบบดี-เชพ สวยงาม ขนาดกำลังดี จับได้ถนัดมือ การปรับตำแหน่งพวงมาลัยรวมกับตำแหน่งแป้นเหยียบต่างๆ ทำได้ง่าย
  

          และเมื่อเร็วๆ นี้ ค่ายรถจากสตุตการ์ท ขนรถไปแฟรงก์เฟิร์ตรองรับกิจกรรมการทดสอบขับขี่ของสื่อมวลชนทั่วโลก
   

           รถที่จอดรออยู่มีจีแอลซี 300ดี 4 เมติก และเมอร์เซเดส เอเอ็มจี จีแอลซี 63 จอดรออยู่ ทั้ง 2 ตัวถัง คือธรรมดา กับคูเป้ แน่นอนว่าแม้จะอยากสนุกกับเอเอ็มจี แต่ก็ตัดสินใจเลือก 300ดี ก่อน เพราะว่ามันใกล้เคียงกับรถที่จะเปิดตลาดในบ้านเรา นั่นคือ 220ดี แต่ไม่มีให้ลองในวันนี้

   

          300ดี ใช้เครื่องยนต์ดีเซล 2 ลิตร เทอร์โบ ให้กำลังสูงสุด 245 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 500 นิวตันเมตร อัตราสิ้นเปลืองจากข้อมูลโรงงานระบุไว้ 5.7-5.9 ลิตร/100 กม. หรือประมาณ 16.9-17.5 กม./ลิตร อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. 6.2 วินาที ความเร็วสูงสุด 240 กม./ชม. เป็นการปรับปรุงประสิทธิภาพของเครื่องยนต์ให้ดีขึ้น ทั้งกำลังและอัตราสิ้นเปลืองทำงานร่วมกับเกียร์ 9จี โทรนิค พร้อมระบบการเปลี่ยนเกียร์ด้วยตัวเอง
  

 

 

 

          เส้นทางช่วงแรกเกือบๆ 100 กม. มุ่งหน้าไปยังสนามออฟโรด ผ่านเส้นทางออโต้บาห์นระยะหนึ่งก่อนตัดออกสู่ถนนสายรอง ผ่านชุมชน ป่าเขา เพิ่มอรรถรสในการขับและหาคำตอบเกี่ยวกับการควบคุมรถ การทรงตัว การยึดเกาะถนน
   

          แม้จะเป็นรถเอสยูวี มีน้ำหนักมาก ตัวถังสูง และแน่นอนระยะห่างจากถนนถึงใต้ท้องรถก็สูงตามไปด้วย เพื่อรองรับการขับขี่แบบออฟโรด แม้จะไม่น่ามีใครเอาไปลุยก็ตาม โดยเฉพาะในไทย แต่องค์ประกอบเหล่านี้ไม่มีผลต่อการควบคุมรถ มันให้ความคล่องตัวไม่ต่างไปจากรถซีดานดีๆ สักคัน
  

          การขับขี่บนออโต้บาห์น การตอบสนองของเครื่องยนต์ไม่เป็นปัญหา เรียกก็มาตามที่ต้องการ และถนนช่วงที่ผมขับสลับกันไปมีทั้งจำกัดความเร็วและปล่อยกันเต็มที่ ทำให้เปลี่ยนความเร็วบ่อยครัั้ง และรู้ได้ถึงความตื่นตัวของเครื่องยนต์ที่พร้อมรับคำสั่งเมื่อเท้ากดลงไปที่คันเร่ง แม้เพียงเบาๆ ก็ตาม
  

 

 

 

          เท่าที่โอกาสอำนวย เช้านี้ผมกดไปเบาๆ ประมาณ 190 กม./ชม. ซึ่งเป็นเรื่องง่ายของเครื่องยนต์ที่ไล่ความเร็วขึ้นไป และพบจุดเด่นอีกอย่างคือการเปลี่ยนเกียร์ที่ลื่นไหล นุ่มนวล และความเงียบในห้องโดยสารที่ทำได้ดี
   

          ถนนเส้นรองที่ส่วนใหญ่เป็นถนน 2 เลนสวนทาง คดโค้งไปมาผ่านภูมิประเทศที่หลากหลาย ทั้งป่าสน ทุ่งหญ้า พื้นที่เกษตรกรรม และชุมชน ช่วยถ่ายทอดอารมณ์ของรถได้อย่างน่าสนใจ โดยเฉพาะความคล่องตัวและความแม่นยำ
  

          ผมชอบถนนยุโรป เป็นถนนเล็กๆ แต่ผิวถนนดี และมั่นใจได้ว่า 2 ข้างทางจะไม่ค่อยมีอะไรที่พิสดารโผล่ออกมา ไม่ว่าจะเป็นรถยนต์ มอเตอร์ไซค์ หรือสิงสาราสัตว์ต่างๆ มันช่วยให้การขับเป็นไปอย่างสนุก ยิ่งถ้าได้รถที่มีบาลานซ์ดีๆ การยึดเกาะถนนดีๆ มีความแม่นยำสูงของทั้งพวงมาลัยและช่วงล่าง แม้จะใช้ความเร็วพอควรแต่ก็ดูคล้ายกับขับกินลมชมป่าเขาสบายๆ พูดง่ายๆ คือ ขับแล้วไม่รู้สึกเครียด แม้กำลังใช้ความเร็วก็ตาม
   

 

 

          ซึ่งทั้งหมดเหล่านี้หาได้จากจีแอลซี 300ดี 4 เมติกคันนี้ครับ


          โหมดการขับขี่มีให้เลือก ECO-COMFORT-SPORT และ OFFROAD ซึ่งการขับขี่ช่วงนี้ผมเลือก COMFORT กับ SPORT เป็นหลัก แต่ถ้าจะเอาเฉพาะ COMFORT ก็ไปไหนต่อไหนได้สบาย รวมถึงการขับขี่ในเส้นทางภูเขา
  

          แม้จะขับไม่ไกลนัก แต่การผ่านทั้งในตัวเมือง ผ่านไฮเวย์ และทางเล็กๆ ป่าเขา ก็ได้คำตอบว่ามันพัฒนาขึ้นมาให้มีความสมดุลมากขึ้น เป็นเอสยูวีที่ขับสบาย ขับสนุก และที่สำคัญขับแล้วไม่เครียด ไม่เหนื่อยครับ

Shares :

5 อันดับข่าวฮิต
Recommended
ข่าวที่คุณอาจสนใจ