royal coronation
วันที่ 22 กรกฎาคม 2562
ไลฟ์สไตล์

นักเล่นหุ้นยุคใหม่ เทคโนโลยีต้องมา

วันที่ 1 กรกฎาคม 2562 - 02:00 น.
ไอที,อินโนสเปซ,บัซซี่บล็อก,เทคโนโลยี,อินเทอร์เนต
Shares :
เปิดอ่าน 4,953 ครั้ง

คอลัมน์ "อินโนสเปซ" โดย "บัซซี่บล็อก" หนังสือพิทพ์คมชัดลึก

 

          หลายๆ เทคโนโลยีที่คุ้นหูกันอย่าง ปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence : AI) และบล็อกเชน (Blockchain) ที่รุกคืบจากแวดวงด้านเทคโนโลยี มาผสานเป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมต่างๆ ในชีวิตประจำวันและการทำงาน

 

          และช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมายัง ‘ขยับ’ เข้ามาสู่การเป็นเครื่องมือช่วย ‘สร้างความร่ำรวย’ ให้กับนักลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ หรือเรียกกันง่ายๆ ว่า ‘นักเล่นหุ้น’ อีกด้วย

 

          บริษัทหลักทรัพย์ใหญ่รายหนึ่งในไทย เล่าให้ฟังว่า เทรนด์ของนักลงทุนออนไลน์เพิ่มจำนวนขึ้นอย่างก้าวกระโดดทุกปี ปัจจัยหลักมาจากเทคโนโลยีด้านต่างๆ ที่เปลี่ยนแปลงไป ทำให้ทุกอุตสาหกรรมรวมถึงธุรกิจด้านการเงินและการลงทุน ต้องปรับเปลี่ยนและพัฒนาให้ทันกับพฤติกรรมและความต้องการของนักลงทุน

 

 

          ที่ผ่านมา มีการพัฒนาโปรแกรมหรือแอพใหม่ๆ ออกมาช่วยการตัดสินใจของนักลงทุน ทำให้ทุกวันนี้ปริมาณการซื้อขายออนไลน์มีปริมาณแซงหน้าการซื้อขายหุ้นแบบเดิมๆ ไปเรียบร้อยแล้ว และแนวโน้มนี้ยังโตขึ้นได้อีกอย่างแน่นอน

 

AI-ซื้อขายหุ้นผ่านมือถือแรงทะลุโลก

 

          ผลสำรวจทางออนไลน์ฉบับล่าสุด ‘E-Trading Survey 2019’ ของบริษัท เจพี มอร์แกน วาณิชธนกิจอันดับต้นๆ ของโลก ฟันธงว่า ปัญญาประดิษฐ์ และการเรียนรู้ของเครื่องจักร (Machine Learning) จะเป็นเทคโนโลยีสำคัญที่ส่งอิทธิพลต่ออนาคตของการซื้อขายหลักทรัพย์ในตลาดหุ้น

 

          อีกทั้งฉายภาพภูมิทัศน์ของเทคโนโลยีการซื้อขายหุ้นเปรียบเทียบช่วง 12 เดือนจากนี้ และอีก 3 ปีข้างหน้าว่า จะมี 4 เทคโนโลยีสำคัญเป็นตัวขับเคลื่อน ได้แก่ ปัญญาประดิษฐ์/การเรียนรู้ของเครื่องจักร ปัจจุบันเป็นเทคโนโลยีที่ครองใจนักเล่นหุ้นถึง 57% และมีแนวโน้มขยับขึ้นไปอยู่ที่ 61%,

 

          แอพซื้อขายหุ้นผ่านมือถือ (Mobile trading application) ครองใจนักเล่นหุ้น 28% และจะค่อยๆ ลดบทบาทลงเหลือ 11% , บล็อกเชน ปีนี้ครองใจนักเล่นหุ้นอยู่ 9% แต่อีก 3 ปีข้างหน้าตัวเลขจะโดดขึ้นเป็น 19%, ส่วนเทคโนโลยีทรงอิทธิพลอันดับสุดท้ายคือ การประมวลผลภาษาธรรมชาติ (Natural language processing) ปัจจุบันมีสัดส่วนในใจนักเล่นหุ้น 5% และมีแนวโน้มขยับเป็น 9%

          อย่างไรก็ตาม หากมองในภาพรวมแล้ว อันดับ 1 และอันดับ 4 ล้วนเป็นเทคโนโลยีที่ถูกจัดอยู่ในกลุ่มของปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI จึงน่าจะพูดได้ว่า AI น่าจะครองโลกการลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ได้ในอนาคตอีกไม่ไกลอย่างแน่นอน

 

 

          ผลสำรวจฉบับนี้ยังสะท้อนความ ‘เชื่อ’ ของนักเล่นหุ้นที่มีต่อความสามารถของเทคโนโลยี AI/การเรียนรู้ของเครื่องจักร ในการเป็นเครื่องมืออันทรงประสิทธิภาพของพวกเขาในการสร้างความร่ำรวยจากตลาดหุ้น โดย 68% เชื่อถือในความสามารถด้านการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึก ,

 

          62% เชื่อถือในความสามารถของการเป็นเครื่องมือช่วยการซื้อขายหุ้นที่มีประสิทธิภาพและ ‘คุ้ม’ ที่สุด , 49% เชื่อมั่นในการใช้เป็นเครื่องมือช่วยการตัดสินใจ และเหนือสิ่งอื่นใด นักเล่นหุ้น 72% มองว่า ‘ข้อมูลแบบเรียลไทม์’ คือบริการสำคัญที่สุดในเรื่อง ‘ข้อมูล’ ที่พวกเขาอยากได้ และเป็นข้อมูลที่มีประโยชน์ที่สุด

 

 

บัวหลวงจับมือเกาหลี

เปิดตัวโปรแกรมเทรดหุ้นอัตโนมัติ

 

            นายบรรณรงค์ พิชญากร กรรมการผู้จัดการ กิจการค้าหลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า หลักทรัพย์บัวหลวง และบริษัท Daishin Financial Group บริษัทหลักทรัพย์ชั้นนำของประเทศเกาหลีใต้

 

 

          ได้ร่วมกันพัฒนาโปรแกรม “Trade Master” นวัตกรรมเทรดหุ้นอัตโนมัติระดับมืออาชีพที่จะมาช่วยแก้ปัญหาและข้อจำกัดของนักเทรดแบบ “เทรดทีเด็ด สเต็ปเทพ กับ 4 ฟังก์ชันสุดล้ำ” โดยสามารถเข้าไปดาวน์โหลดโปรแกรม Trade Master สำหรับ iPhone, iPad,Android และคอมพิวเตอร์ PC ได้จากเว็บไซต์ www.bualuang.co.th/trademaster

 

          “หลังจากที่เราเฝ้าศึกษาพฤติกรรมและความต้องการของนักเทรดหุ้นอย่างจริงจัง ทำให้พบปัญหาและข้อจำกัดของเครื่องมือช่วยการลงทุนที่ไม่สามารถตอบโจทย์นักลงทุนได้อย่างตรงใจ เราจึงพยายามคิดค้นนวัตกรรมใหม่เพื่อตอบสนองทุกความต้องการแบบตรงใจการเทรดของนักลงทุนมืออาชีพ จนเกิดเป็นความร่วมมือกับบริษัทต่างชาติ เป็นระบบคัดกรองหุ้นอัตโนมัติ ติดตามแบบเรียลไทม์ สามารถทดสอบผลการลงทุนย้อนหลัง ว่าหากทำตามรูปบบนี้ผลตอบแทนจะเป็นอย่างไร”

 

          ผู้บริหารของ บล.บัวหลวง บอกอีกว่า ทั้งหมดทั้งมวลที่สร้างโปรแกรมอัตโนมัตินี้มา คือ การรวบรวมปัญหาและจุดอ่อนต่างๆ ในการลงทุนของนักลงทุนที่สั่งสมกันมานาน มาปรับปรุง พัฒนาร่วมกับเกาหลีเพื่ออุดจุดอ่อนให้นักลงทุน

 

           จึงเป็นโปรแกรมที่ตอบโจทย์นักลงทุน เพราะผ่านการแก้ปัญหามาให้แล้ว โดยฟังก์ชันหลักของโปรแกรมจะเข้ามาช่วยเลือกหุ้น จับจังหวะซื้อขาย คำนวณราคาก่อนส่งคำสั่งซื้อขาย และคุมความเสี่ยง เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการยกระดับการลงทุนให้มีประสิทธิภาพแบบมืออาชีพ แต่ไม่ต้องนั่งเฝ้าหน้าจอ

          อีกความสามารถพิเศษบางส่วนของโปรแกรมช่วยการซื้อขายหุ้นโปรแกรมนี้ ก็คือ สามารถเปลี่ยนราคาหรือยกเลิกคำสั่งซื้อขายอัตโนมัติ “Auto Change/Cancel” ตามช่วงเวลา และ Market Status ของตลาดหุ้นได้ด้วย

 

          นอกจากนี้นักลงทุนสามารถกำหนดกลยุทธ์ทั้งซื้อและขายได้พร้อมกัน และเมื่อคำสั่งซื้อได้รับการจับคู่แบบเต็มจำนวนแล้ว ระบบจะตั้งคำสั่งขายให้คุณเองทันทีแบบอัตโนมัติ ทำให้นักลงทุนสามารถควบคุมความเสี่ยงของการซื้อขายได้อย่างเป็นระบบ

  

 

          และการคำนวณราคาก่อนส่งคำสั่งซื้อขาย ด้วย “Quick Trade” เหมาะสำหรับนักลงทุนที่ต้องการความรวดเร็ว และอยากรู้กำไร ขาดทุน หรือต้นทุน ก่อนที่จะคำสั่งซื้อขาย ซึ่งฟังก์ชันนี้จะเป็นตัวช่วยในการเข้าถึงข้อมูลสำคัญของหุ้นที่มีความสะดวก และช่วยคำนวณคำสั่งซื้อขาย สามารถเปรียบเทียบกับข้อมูลในพอร์ตได้ทันทีก่อนกดส่งคำสั่ง โดยไม่ต้องเสียเวลากดเครื่องคิดเลข

 

          ซึ่งจะช่วยลดขั้นตอนการส่งคำซื้อขายเหลือเพียง 3 สเต็ป คือ ใส่จำนวน ราคา และกด Buy หรือ Sell ได้ทันที พร้อมทั้งยังโชว์กราฟราคาภายในวัน เดือน และรายปี เพื่อให้นักลงทุนเห็นความเคลื่อนไหวราคาก่อนตัดสินใจซื้อขาย เป็นต้น

 

 

คนไทยไม่เคยตกเทรนด์กิจกรรมออนไลน์

 

          ถ้าถามว่าทำไมหลายๆ บริษัทด้านการเงินการลงทุนในประเทศไทย ต่างยินดีทุ่มเทเงินจำนวนมหาศาล เพื่อพัฒนานวัตกรรมใหม่ๆ ให้เป็น ‘เครื่องมือ’ ช่วยนักลงทุนสามารถทำกิจกรรมการซื้อขายหุ้นได้อย่างสะดวกรวดเร็ว และได้ผลตอบแทนดีที่สุดอย่างที่คาดหวังไว้ นั่นก็เพราะทุกวันนี้ ‘คนไทย’ เกินกว่าครึ่งประเทศ ‘ขี่กระแสดิจิทัล’ กันมากกว่า 1 ใน 3 ของแต่ละวัน

 

         ผลสำรวจ “Global Digital 2019” ซึ่งร่วมกันจัดทำโดย We Are Social และ Hootsuite เปิดเผยว่า ประชากรไทยราว 70 ล้านคน มีเบอร์โทรศัพท์มือถือรวมกัน 92.33 ล้านเลขหมาย ซึ่งมากกว่าประชากรไทยทั้งประเทศ

 

 

          นั่นหมายความว่าหลายคนถือมากกว่า 1 เลขหมาย และมีประชากร 57 ล้านคน สามารถเข้าถึงอินเทอร์เน็ต โดย 55 ล้านคน เป็นกลุ่มที่ใช้อินเทอร์เน็ตผ่านโทรศัพท์มือถือเป็นประจำ

 

          พฤติกรรมออนไลน์โดยเฉลี่ยของคนไทยพบว่า ใช้อินเทอร์เน็ต 9 ชั่วโมง 11 นาทีต่อวัน (นับรวมทุกอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ใช้เวลาอยู่กับโซเชียลมีเดีย 3 ชั่วโมง 11 นาทีต่อวัน (นับรวมทุกอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อีกทั้ง 90% ของคนไทยที่ใช้อินเทอร์เน็ต ใช้อินเทอร์เน็ตทุกวัน

 

*****************///***************

 

Shares :
เปิดอ่าน 4,953 ครั้ง

ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อนกัน ไลน์@komchadluek ที่นี่

5 อันดับข่าวฮิต
Recommended
ข่าวที่คุณอาจสนใจ