royal coronation
วันที่ 21 กันยายน 2562
ไลฟ์สไตล์

เที่ยวบ้านบ้าน น่านนคร ความทรงจำวิถีชุมชน

วันที่ 15 สิงหาคม 2562 - 16:30 น.
บ่อสวก,น่าน,ปัว,เตาสุนัน,กาแฟผสมน้ำมะไฟจีน,น่านนิรันดร์,ซิ่นไหมพญาคำเคิบ,ริมทุ่งโฮมสเตย์,ศูนย์เรียนรู้ภูมิปัญญาหม่อนไหม,ดาบตำรวจมนัส ติคำ,พิพิธภัณฑ์เฮือนบ้านสวกแสนชื่น,กลุ่มวิสาหกิจชุมชนจักสานบ้านต้าม,ลูกประคบสมุนไพร,ทานโก๊ะข้าว,ทานขันข้าว,ไทลื้อ,ฟาร์มเห็ดบ้านหัวน้ำ,คุณแม่ศดานันท์ เนตรทิพย์,วินัย ปร
Shares :

เรื่อง-ภาพ โดย ชาญยุทธ ปะวะขัง

          สไตล์การท่องเที่ยววิถีชุมชนใช่เพียงกระแสให้พูดถึงกันเท่ๆ หากแต่กำลังตื่นตัวแล้วก็ลงไปสัมผัสอย่างจริงจัง ไล่ตั้งแต่กรุ๊ปเล็กไปจนถึงกรุ๊ปรถบัสคันใหญ่ๆ กระจายตัวแทรกซึมทั่วทุกชุมชนเป็นที่ครึกครื้น เช่นเดียวกับที่ “เมืองน่าน” จังหวัดขนาดกะทัดรัดทางเหนือที่เนื้อหอมติดลมบนมานาน ปรากฏการณ์การเดินทางไปคลุกคลีตีโมงกับชุมชนอย่างถึงแก่น ยิ่งโหมกระพือให้อะไรที่ยังไม่ค่อยเป็นที่รู้จักได้มีโอกาสสว่างวาบออกมาอวดสายตามากขึ้น    

ดาบตำรวจมนัส นำชม “เตาสุนัน”

          สำคัญว่าอย่าไปกังวลช่วงฤดูฝน หรือ “กรีน ซีซั่น” เพราะนั่นนำมาซึ่งความรู้สึกสดชื่นสบายตาตั้งแต่แรกสัมผัสน่านนคร อย่างชุมชนแห่งภูมิปัญญามีชีวิต “บ่อสวก” เมืองเก่าแห่งชายแดนล้านนาตะวันออก ที่นี่มีแหล่งผลิตเตาเผาโบราณบ้านจ่ามนัส ซึ่ง ดาบตำรวจมนัส ติคำ ปราชญ์ชาวบ้านค้นพบโดยบังเอิญในบริเวณบ้านอันร่มรื่นไปด้วยต้นไม้เมื่อไม่นานนี้ เริ่มจากสังเกตเห็นปากปล่องเตาเผาที่โผล่ขึ้นมาเหนือพื้นดินเล็กน้อย จึงช่วยกันขุดสำรวจแล้วก็พบเตาเผาโบราณขนาดใหญ่ก่อนจะตั้งชื่อตามชื่อคนในครอบครัว เช่น “เตาจ่ามนัส”, “เตาสุนัน” ซึ่งเป็นภรรยา เป็นต้น แต่ละเตาขุดสำรวจลึงลงไปราว 2 เมตรเผยให้เห็นถึงร่องรอยอารยธรรมเครื่องปั้นดินเผาของชุมชนบ่อสวกที่ส่งไปขายยังประเทศลาวในสมัยนั้น นอกจากนี้จ่ามนัสคนขยันยังแบ่งพื้นที่สร้าง “พิพิธภัณฑ์เฮือนบ้านสวกแสนชื่น” เก็บรวบรวมข้าวของเครื่องใช้สะท้อนวิถีชีวิตของชาวบ่อสวกในอดีตแต่ละชิ้นน่าสนใจทั้งนั้น และแน่นอนว่า “จ่ามนัส” คนเดิมพาเที่ยวชมพร้อมเล่าเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยทุกซอกมุมแบบไม่คิดมูลค่า

สนุกกับเวิร์กช็อปเครื่องปั้นดินเผา

          แต่แค่ตาดูมือไม่ได้สัมผัสก็เหมือนมาไม่ถึง ใกล้ๆ กันจึงมีศูนย์ให้นักท่องเที่ยวลงมือทำเครื่องปั้นดินเผาด้วยแป้นหมุน โดยมีโจทย์ท้าทายความสามารถอย่างการแกะลายเอกลักษณ์ของบ่อสวกนั่นคือ “ลายอินธนู” และ “ลายนกฮูก” พอเอาเข้าจริงแทบไม่ได้โฟกัสกันเลย ผลงานที่ออกมาจึงอินดี้ “ตามใจฉัน” ก่อนจะนำไปเผาซึ่งใช้เวลาพอสมควร พี่ๆ ที่ศูนย์จะให้ทำสัญลักษณ์ไว้ก่อนว่าของใครเพื่อจะได้จัดส่งตามไปให้ ค่าบริการจัดส่งถึงบ้านก็แค่ 50 บาทเท่านั้น 

สาธิตการผ้าไหมสวยๆ ที่ศูนย์เรียนรู้ภูมิปัญญาหม่อนไหม

ลูกประคบสมุนไพร

          ชุมชนบ่อสวกร่ำรวยเรื่องหัตถกรรม “ศูนย์เรียนรู้ภูมิปัญญาหม่อนไหม ผ้าทอโบราณเมืองน่าน” กลุ่มวิสาหกิจชุมชนทอผ้าบ้านซาวหลวง จึงเป็นอีกจุดหมายให้ไปล้วงความรู้จากพี่ป้าน้าอาในหมู่บ้านที่ว่างๆ มารวมกลุ่มกันทอผ้าพื้นเมือง ตั้งแต่ปั่นฝ้าย ย้อมสีจากธรรมชาติ ทอเป็นลวดลายเอกลักษณ์ โดยเฉพาะ “ลายบ่อสวก” อันเลื่องลือ ถูกอกถูกใจก็สอยกลับไปฝากคนที่บ้านสักผืนสองผืนตามสะดวก  เช่นเดียวกับที่ “กลุ่มวิสาหกิจชุมชนจักสานบ้านต้าม” ไปนั่งใกล้ๆ ให้คุณตาคุณยายสอนงานจักสานแล้วแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ข้าวของเครื่องใช้ในครัวเรือน หรือจะลองทำ “ลูกประคบสมุนไพร” ที่สวนเกษตรอุ้มบุญก็ดีไม่น้อย ส่วนประกอบทุกอย่างปลอดภัยไร้สาร เพราะเจ้าของบ้านปลูกเองแบบอินทรีย์ทั้งพืชผักสวนครัว สมุนไพร และผลไม้ต่างๆ 

ริมทุ่งโฮมสเตย์

สำรับอาหารเย็น

          เย็นย่ำพระอาทิตย์คล้อยต่ำ ค่ำนี้นอนไหนถ้าไม่ใช่ “ริมทุ่งโฮมสเตย์” บ้านบ่อสวก ก่อนหน้านี้มีเพียง 3 หลังเล็กๆ แต่พอคนแวะเวียนมากันหนาตาชาวชุมชนเลยขยับขยายเป็นบ้านหลังใหญ่ มองออกไปจากห้องพักเห็นวิวนาข้าวโดยมีแนวเขาเป็นฉากหลัง ตามวิถีชาวบ้านแขกไปใครมาต้องต้อนรับขับสู้ด้วยพิธีบายศรีสู่ขวัญเพื่อความเป็นสิริมงคล เสร็จแล้วได้เวลาดินเนอร์วันนี้พี่ๆ ที่ดูแลโฮมสเตย์จัดให้ชุดใหญ่เลยทั้งไส้อั่ว ต้มส้มไก่ ออเดิร์ฟน้ำพริกหนุ่มบ้านนา ผัดผักรวม และแกงแคไก่บ้าน ถูกลิ้นโดนใจ อิ่มแปล้กันแล้วควรเข้านอนหลับเอาแรง ไม่แนะนำให้ทำการละเล่นใดๆ ให้รำคาญหูซึ่งดูจะผิดแผกวัฒนธรรมอันดีงาม    

ชาวบ้านจูงวัวไปเลี้ยง

ทานโก๊ะข้าว ที่วัดบ่อสวก

          เช้าๆ ตื่นมาพร้อมความสดชื่น นั่งจิบกาแฟอุ่นๆ ทอดสายตาออกไปทักทายชาวบ้านที่ออกมาเริ่มวันใหม่ บ้างจูงวัวไปเลี้ยง ออกไปทำเรือกสวนไร่นา ส่วนพวกเราพร้อมมากกับการไปสัมผัสประเพณีพื้นบ้านอย่าง “ทานโก๊ะข้าว” หรือ “ทานขันข้าว” ที่วัดบ่อสวก จัดแจงข้าวสารอาหารแห้งพร้อมดอกไม้เพื่อทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้ผู้ล่วงลับ อิ่มบุญไปตามๆ กัน

วิวพาโนรามาอลังการบนเขาวัดภูเก็ตในอำเภอปัว

          โบกมือลาบ้านบ่อสวก มุ่งหน้าสู่ อ.ปัว ที่ใครๆ ต่างบอกว่าเรื่องงานผ้าทอชาวพื้นเมือง “ไทลื้อ” ไม่เป็นรองใคร การันตีได้จากการพูดคุยกับ คุณแม่ศดานันท์ เนตรทิพย์ ช่างทอผ้ารุ่นเก๋าเชี่ยวชาญเรื่องผ้าฝ้าย-ไหม ออกแบบลายผ้าโดยอิงจากวิถีชีวิตชาวบ้าน ไม่ว่าจะเป็นลายรูปหมา เขี้ยวหมา ดวงดาว ม้า งูเลื้อย ดอกเปา เจออะไรก็เอามาใส่ ไม่เว้นกระทั่งลายตะแหลว เครื่องรางห้อยหน้าบ้านชาวเหนือเพื่อใช้ปัดเป่าสิ่งไม่ดี ผ้าหนึ่งผืนจึงมีเป็นสิบลาย ท้าทายหญิงสาวสมัยก่อนว่าจะได้ออกเรือนหรือไม่ก็ดูจากการทอผ้า ถ้าทำไม่เป็นเห็นทีเตรียมขึ้นคานได้เลย 

คุณแม่ศดานันท์ เนตรทิพย์ โชว์ซิ่นไหมพญาคำเคิบ

          ด้วยความเพียรพยายาม จึงส่งผลมาถึงทุกวันนี้ที่ส่งให้ผ้าซิ่นเชียงแสน ซิ่นไทยลื้อ ซิ่นลายน้ำไหล โด่งดังเป็นที่รู้จัก เอกลักษณ์คือมี 2 ตะเข็บ และผืนไฮไลท์คือ “ซิ่นไหมพญาคำเคิบ” ลาดลายอลังการสุดบรรยาย ราคา 3 หมื่นต้นๆ งานนี้ยลอย่างเดียวไร้กำลังซื้อหา เลยได้แต่กล้อมแกล้มไปนั่งทำผ้ามัดย้อมผืนเล็กๆ ที่เขาจัดไว้ให้ ก่อนจะเช็กอินจิบกาแฟ 30 บาท พร้อมชมวิว 30 ล้านทั้งนาข้าวและทิวเขาสวยราวกับภาพวาดเสกสรรค์บนวัดภูเก็ตที่ตั้งอยู่บนเนินเขาเล็กๆ ในหมู่บ้าน 

พิซซ่าเห็ด

แวะชิมกาแฟเย็นและเห็ดชุปแป้งทอด ที่ฟาร์มเห็ดบ้านหัวน้ำ

พักให้สบายในน่านนิรันดร์​​​​​​​

          อีกหนึ่งจุดชมวิวพร้อมลิ้มรสอาหารอร่อยที่ไม่อยากให้พลาดคือ “ฟาร์มเห็ดบ้านหัวน้ำ” ไปชิมพิซซ่าแสนอร่อยพร้อมสูดโอโซนให้เต็มปอด จากนั้นเติมเต็มความสุขแบบอิงแอบธรรมชาติที่ “น่านนิรันดร์รีสอร์ท” ใครหัวใจสีเขียวขอบอกว่าที่นี่เหมาะมากๆ เพราะเป็นรีสอร์ทวิถีเกษตรเน้นความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม บ้านพักสร้างด้วยผนังโฟม ช่วยลดอุณหภูมิจากภายนอกได้ 2-3 องศาเลยทีเดียว นอกจากนี้เขายังปลูกผักไฮโดรโปนิกส์ ปลอดสารพิษไว้ทำอาหารให้แขกของรีสอร์ทได้รับประทานอย่างเต็มปากเต็มคำ

วินัย ปราบริปู

หอศิลป์ริมน่าน

          ก่อนปิดทริปเที่ยวบ้านบ้าน น่านนคร อย่าลืมทำอารมณ์ให้สุนทรีย์ด้วยการแวะไปให้กำลังใจคนหัวใจศิลป์ “วินัย ปราบริปู” ศิลปินชาวน่าน ที่หอศิลป์ริมน่านกันสักหน่อย  ส่วนคอกาแฟก็อย่าลืมแวะจิบกาแฟที่ “Erabica Coffee” ร้านกาแฟน้องใหม่ในตัวเมืองน่าน ที่ชั้นล่างขายกาแฟและเครื่องดื่มหลากหลาย โดยเฉพาะกาแฟซิกเนเจอร์ที่มีส่วนผสมของกาแฟและน้ำมะไฟจีน ส่วนชั้นสองมีนิทรรศการงานศิลป์สวยๆ ให้เสพอีกด้วย...

จิบกาแฟผสมน้ำมะไฟจีน ที่ “Erabica Coffee”

          นับเป็นอีกหนึ่งอารมณ์ของการเดินทางตามวิถีชุมชนแล้วทำตนให้กลมกลืน ความสุขระดับไหน ต้องออกไปสัมผัส... 

Shares :

5 อันดับข่าวฮิต
Recommended
ข่าวที่คุณอาจสนใจ