royal coronation
วันที่ 19 กรกฎาคม 2562
ท่องเที่ยว

ลุยอีสานสัมผัสชีวิตลุ่มน้ำโขงชม "OTOP Village"

วันที่ 27 ตุลาคม 2561 - 18:39 น.
ลุ่มน้ำโขง,แม่น้ำโขง,โอทอปเพื่อการท่องเที่ยว,กรมการพัฒนาชุมชน,กระทรวงมหาดไทย,เชียงคาน
Shares :
เปิดอ่าน 2,266 ครั้ง

"กรมการพัฒนาชุมชน"ลุยอีสานเยี่ยมชมหมู่บ้าน OTOP เพื่อการท่องเที่ยว สัมผัสวิถีชีวิตชาวลุ่มแม่น้ำโขง ปรับโครงสร้างพื้นฐานรองรับนักท่องเที่ยวกระตุ้นรายได้

 

             27 ตุลาคม 2561 นายทวีป บุตรโพธิ์ รองอธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน ได้ติดตามและเยี่ยมชมหมู่บ้าน OTOP เพื่อการท่องเที่ยว  (OTOP Village) เส้นทางวิถีชีวิตริมแม่น้ำโขงในพื้นที่จังหวัดบึงกาฬ  หนองคาย เลย  

 

             โดยเส้นทางการจัดกิจกรรมเริ่มต้นที่จังหวัดบึงกาฬ เดินทางเลาะริมแม่น้ำโขงไปทางด้านทิศตะวันตกสู่จังหวัดหนองคายและปิดท้ายที่อำเภอเชียงคานจังหวัดเลย ซึ่งกรมการพัฒนาชุมชนได้ส่งเสริมให้หมู่บ้านในจังหวัดดังกล่าว ซึ่งมีวิถีชีวิตริมแม่น้ำโขง ได้พัฒนาเป็นหมู่บ้าน OTOP เพื่อการท่องเที่ยว (OTOP Village)โดยสนับสนุนงบประมาณให้กับจังหวัดเพื่อดำเนินการพัฒนา ทั้งในด้านความเข้มแข็งของผู้นำชุมชนการส่งเสริมให้คนในชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมในการท่องเที่ยวโดยชุมชน ด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์ OTOP ของชุมชน ด้านการปรับปรุงภูมิทัศน์ การพัฒนาพื้นที่ที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวของชุมชน การค้นหาอัตลักษณ์ของชุมชน การแสดงศิลปวัฒน ธรรมพื้นถิ่น รวมถึงอาหารพื้นถิ่น ซึ่งสามารถดึงดูดให้นักท่องเที่ยวเข้าไปเยี่ยมชมนอกเหนือไปจากการเยี่ยมชมสถานที่ท่องเที่ยวเพียงอย่างเดียว อันจะนำมาซึ่งรายได้ของคนในชุมชนอย่างทั่วถึง  

 

 

             การจัดกิจกรรมครั้งนี้เพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์หมู่บ้านให้เป็นที่รู้จัก โดยเยี่ยมชมหมู่บ้านเป้าหมาย ซึ่งแต่ละหมู่บ้านมีจุดเด่น มีความน่าสนใจต่าง ๆ กันไป เส้นทางวิถีชีวิตริมแม่น้ำโขงอยู่ในเส้นทางที่ 7 จาก 8 เส้นทาง ซึ่งกรมการพัฒนาชุมชนได้ดำเนินการส่งเสริมและพัฒนา จำนวน 4 หมู่บ้าน แต่ละหมู่บ้านมีจุดเด่นที่สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยว  

 

 

             โดยจังหวัดบึงกาฬ เป็นจังหวัดใหม่ที่น่าหลงใหล  เมืองเล็ก ๆ ที่น่าจดจำจังหวัดที่ 77 ของประเทศไทย  เปรียบเสมือนด่านประเพณีบ้านพี่เมืองน้องระหว่างไทยกับลาว สะง้อเป็นแผ่นดินเหนือสุดแดนอีสาน เช่น  หมู่บ้านสะง้อ ชาวบ้านที่อาศัยส่วนใหญ่เป็นเชื้อสายลาวไทย มีการพัฒนาชุนเป็นแหล่งท่องเที่ยวมากมาย อาทิ วัดอาฮงศิลาวาส เป็นวัดที่มีความสวยงาม

 

 

            อีกทั้งยังมีโบสถ์หินอ่อนที่ภายในเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธชินราชและพระบรมสารีริกธาตุ กลุ่มทอผ้าหมักโคนนาคี ผ้าขาวม้าบ้านดารา ซึ่งตั้งอยู่ริมแม่น้ำโขง เป็นแหล่งผลิตผ้าฝีมือดีอีกแห่งหนึ่งของอีสานเหนือติดริมน้ำโขง ด้วยผ้าที่มีการย้อมสีธรรมชาติ และชมถนนริมโขง จุดเหนือสุดของอีสาน เช่นเดียวกับ หมู่บ้านบุ่งคล้าเหนือ แหล่งท่องเที่ยวสัมผัสธรรมชาติริมแม่น้ำโขง 

 

    

 

            การทำประมงลุ่มน้ำโขง เรียนรู้วิถีชุมชน ไทญ้อ และศิลปะหัตถกรรมพื้บ้าน ที่ยังยึดถือขนบธรรมเนียบประเพณีสืบทอดกันมาตั้งแต่โบราณ ซึ่งเดิมเป็นหมู่บ้านที่อยู่ในตำบลหนองเดิ่น อำเภอบึงกาฬ จังหวัดหนองคาย ต่อมาได้แบ่งแยกหมู่บ้านขึ้นเป็นตำบลบุ่งคล้า และได้ยกฐานะขึ้นเป็นองค์การบริหารส่วนตำบลบุ่งคล้า ซึ่งบ้านบุ่งคล้า อพยพมาจากลาวใต้ มีหนองน้ำอยู่ทางทิศตะวันตกของหมู่บ้าน

 

 

            ทั้งหาดทรายและอ่าวน้ำลึก ชาวไทญ้อ เรียกว่า “บุ่ง” และมีต้นคล้าขึ้นอย่างหนาแน่น หมู่บ้านนี้จึงเรียกว่า บ้านบุ่งคล้ามีแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจ เช่น จุดเช็คอิน ลานพญานาค ดูวิถีชีวิตเกษตรริมโขง นั่งเรือดูริมโขง ชมแม่น้ำ 2 สี ชมพระอาทิตย์ตกดิน และมีอาหารพื้นถิ่นขึ้นชื่อ คือ ซุปซาว ซุปผักรวมที่ทำจากผักพื้นบ้านนานาชนิด ดีต่อสุขภาพ ให้ได้ลองชิมอีกด้วย 

 

 

            หมู่บ้านผาตั้ง น้ำตกธารทองอยู่ในเขตบ้านผาตั้ง หมู่ที่ 1 ต.ผาตั้ง ตรงทางแยกจะไปถ้ำเพียงดินและผาตากเสื้อ น้ำตกจะมีน้ำเฉพาะช่วงฤดูฝนและต้นฤดูหนาว ประมาณเดือนมิถุนายน-พฤศจิกายน หรือจะเป็นสกายวอล์ค ผาตากเสื้อ จุดท่องเที่ยวที่พัฒนาขึ้นมาใหม่ของจังหวัดหนองคาย ถือเป็นแลนด์มาร์คแห่งใหม่ ที่มีคนพูดถึงมากที่สุด สามารถสัมผัสวิวทิวทัศน์ 2 ฟากฝั่งแม่น่ำโขง กับสกายวอล์คพื้นกระจกใส ที่บริเวณจุดชมวิววัดผาตากเสื้อ และยังเป็นสกายวอล์กกระจกใสแห่งแรกในประเทศไทย รวมทั้งมีการพัฒนาผลิตภัณฑ์ OTOP หรือผลิตภัณฑ์ชุมชนที่มีอัตลักษณ์โดดเด่น ยกระดับให้เป็นสินค้าของฝากของที่ระลึก 

 

 

            บ้านเชียงคาน เป็นอีกมนต์เสน่ห์ที่นักท่องเที่ยวหลงใหล ได้แก่ วัดมหาธาตุ เชียงคาน แหล่งท่องเที่ยวที่มากไปด้วยประวัติศาสตร์ ภูทอก จุดชมวิวทิวทัศน์ที่สวยงาม และมองเห็นลำน้ำโขงได้โดยรอบ สามารถชมทะเลหมอกในยามเช้า หรือเที่ยวริมโขง เชียงคาน ชมบรรยากาศสุดสวยริมฝั่งโข งตรงข้ามกันเป็นฝั่งลาว ในหน้าร้อนจะมีอากาศที่เป็นไอร้อนเหมือนเป็นควันสีขาวลอยตลอดเวลา และช่วงหน้าหนาว จะมีหมอกปกคลุมและเมฆลอยต่ำ มีอากาศที่หนาวเย็นเหมาะแก่การออกกำลังกายเพื่อรับกับอากาศที่สดชื่น

 

                

 

             รวมทั้งเที่ยวถนนศรีเชียงคานฝั่งล่าง ถนนคนเดินวัฒนธรรม เป็นถนนที่เต็มไปด้วยบ้านไม้เก่าแก่ ที่พัก โฮมสเตย์ ร้านอาหาร และร้านค้าสุดเก๋มากมาย ซึ่งเรียกถนนเส้นนี้ว่า “ชายโขง” โดยระยะทางกว่า 2 กิโลเมตร เป็นเส้นทางที่นักท่องเที่ยวนิยมมาปั่นจักรยานชมบรรยากาศ ถ่ายรูปเล่น ชมบ้านไม้สมัยเก่า และช่วงเช้าจะมีประเพณีตักบาตรข้าวเหนียว นอกจากนี้ ที่หมู่บ้านเชียงคานยังมีแหล่งเรียนรู้ที่สำคัญเช่น การทำผาศาสตร์ลอยเคราะห์  การทำดอกไม้จากเกร็ดปลาแม่น้ำโขง การทำผ้านวมจากฝ้าย เป็นต้น

 

 

            นายวิฑูรย์  นวลนุกุล ผู้ตรวจราชการกรมพัฒนาชุมชน  กระทรวงมหาดไทย  กล่าวว่า  กรมพัฒนาชุมชนได้ดำเนินการ OTOP เพื่อการท่องเที่ยว  (OTOP Village) เพื่อสนองโครงการไทยนิยมยั่งยืนของรัฐบาล อันจะทำให้ชาวบ้านมีรายได้เพิ่มมากขึ้น มีการเรียนรู้ที่ดีขึ้น  โดยปี 2561 กรมได้ทำโครงการOTOP เพื่อการท่องเที่ยว  (OTOP Village) 125 หมู่บ้าน ทุกภาคทั้งนี้เพื่อให้ชุมชนมีการปรับตัว เรื่องต่าง  ๆ กับการต้องรับนักท่องเที่ยวอย่างไร ทั้งการแต่งกายเข้ากับการนำเสนอแหล่งภูมิปัญญาชาวบ้านต่าง ๆ รวมถึงอาหารกับแหล่งท่องเที่ยวอย่างไร

 

            "กรมพัฒนาชุมชนจะเข้ามาเพื่อปรับโคงสร้างพื้นฐาน ในการมีส่วนร่วมของหมู่บ้านให้เป็นหมู่บ้านท่องเที่ยว ทั้งความปลอดภัย การรองรับนักท่องเที่ยว  อาหารรสชาติพื้นเมือง" 

 

 

            นายพูนสุข สุขมา ผู้ใหญ่บ้าน บ้านสะง้อ ม.2 ต.หอคำ อ.เมืองบึงกาฬ  จว.บึงกาฬ ผ้าหมักโคลน  ได้เล่าประวัติของหมู่บ้านให้เราฟังว่า เดิมเป็นชนเผ่าอาศัยอยู่ในเมืองหมอกในประเทศลาวแต่เมื่อเกิดศึกฮ่อทำให้ต้องอพยพภายใต้การนำของหลวงอินทรที่เข้าไปปราบปรามเมื่อปี  2420  โดยใช้เส้นทางของแม่น้ำซัน (น้ำซัน) ที่เมืองปากซัน แขวงบริคำไซ ตรงข้าม อ.เมืองบึงกาฬ และน้ำเงียบ ลำน้ำเต็ก ทั้งสามน้ำเป็นสาขาของแม่น้ำโขง เป็นเส้นทางอพยพของไทพวน จากทุ่งเชียงคำ คือเมืองไม้เมืองหมอก เข้ามาตั้งถิ่นฐานที่ประเทศไทยเมื่อ 141 ปีที่ผ่านมา

 

 

            นางพรพิศ   พลายงาม ผู้ใหญ่บ้านผาตั้ง หมู่ 1 ต.ผาตั้ง  อ.สังคม จังหวัดหนองคาย  ชาวบ้านชุมชนนี้มีความเป็นอยู่และใช้ชีวิตแบบพอเพียง เนื่องจากเรามีแหล่งธรรมชาติและการประกอบอาชีพ ที่สร้างรายได้ มีงาน ตลอดปีทั้งจากการท่องเที่ยวและทำการเกษตร ชาวบ้านที่นี่ไม่จำเป็นต้องย้ายถิ่นฐานไปทำงานที่ไหน โดยในส่วนการท่องเที่ยวถือว่าเป็นรายได้หลักและสามารถเที่ยวได้ตลอดปีเนื่องจากเรามีแหล่งธรรมชาติที่น่าสนใจทั้งผาตากเสื้อ  อ่างปลาบึก แซนนกออฮอ  น้ำตกธารทอง สกายวอค ที่วัดผาตากเสื้อ  ตลอดจนการค้าขายในตลาดชุมชนใกล้แหล่งท่องเที่ยว  การเก็บของป่า  เหล่านี้ทำให้ชาวบ้านมีรายได้ตลอดทั้งปี

 

 

 

 

 

Shares :
เปิดอ่าน 2,266 ครั้ง

ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อนกัน ไลน์@komchadluek ที่นี่

5 อันดับข่าวฮิต
Recommended
ข่าวที่คุณอาจสนใจ