
สเตฟาน เจมส์รับบทนำในRace
06 มี.ค. 2559
บันเทิงต่างประเทศ : สเตฟาน เจมส์ รับบทนำใน Race กับเรื่องจริงอันน่าทึ่งของ เจสซี่ โอเว่นส์
เจสซี่ โอเว่นส์ (1913 - 1980) เป็นนักกรีฑาทีมชาติสหรัฐอเมริกา ที่โด่งดังที่สุดในประวัติศาสตร์ เพราะในปี 1936 กีฬาโอลิมปิกจัดขึ้นที่กรุงเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี ชาติที่กำลังจะก้าวขึ้นมาเป็นมหาอำนาจโดยการนำของ อดอล์ฟ ฮิตเลอร์ ผู้ปกครองประเทศด้วยนโยบายชาตินิยมแบบสุดโต่ง ฮิตเลอร์เชื่อว่า พระเจ้าสร้างมนุษย์ขึ้นมาไม่เท่ากัน และเผ่าพันธุ์ที่แกร่งกล้าสมบูรณ์ที่สุด คือ เผ่าพันธุ์อารยันผิวขาว ผู้ย่อมเหนือกว่าชาติพันธุ์อื่นๆ ในทุกด้าน แต่ประวัติศาสตร์ต้องจารึก เพราะในโอลิมปิกครั้งนั้น เจสซี่สามารถคว้าเหรียญทองมาได้ 4 รายการ จากวิ่ง 100 เมตร, 200 เมตร, วิ่งผลัด 4x100 เมตร และกระโดดไกล ในภาพยนตร์เรื่อง “Race” ผลงานกำกับของ สตีเฟน ฮอพกินส์ คำว่า “Race” จึงหมายถึง ชาติพันธุ์ที่ไม่ได้เป็นรองอารยันอย่างที่อดอล์ฟ ฮิตเลอร์เข้าใจ ซึ่ง สเตฟาน เจมส์ ได้มารับบทแสดงเป็น เจสซี่ โอเว่นส์ ในภาพยนตร์เรื่องนี้ได้ได้กล่าวถึงบทบาทที่ได้รับว่า
@ ตอนที่คุณรู้ว่า คุณได้เล่นเป็นเจสซี่ โอเว่นส์ คุณรู้สึกอย่างไรบ้าง
ผมมารู้ว่าผมได้เล่นบทนี้ 2 สัปดาห์หลังจากไปทดสอบหน้ากล้อง ปกติการไปทดสอบหน้ากล้อง คุณก็แค่ทิ้งความเป็นตัวเองออกไป แล้วก็เล่นไปตามบท แต่ตอนที่ผมไปนั้น ผมคุยกับผู้กำกับหลายเรื่องมาก ผมบอกเขาว่าผมคิดยังไงกับคาแรคเตอร์นี้ ผมถามว่าเขาจะทำหนังออกมาประมาณไหน เราคุยกันเยอะมาก จน 2 สัปดาห์ผ่านไป ก็มีคนโทรมาบอกว่า ผมได้บทนี้แล้วนะ ผมก็อึ้งไปพักนึง เฮ้ย เราได้เล่นเป็นเจสซี่ โอเว่นส์
@ ก่อนหน้านี้คุณเคยทราบเรื่องราวของเจสซี่ โอเว่นส์ มาก่อนไหม
น้อยมากๆ ผมรู้แค่ว่า เขาเป็นนักวิ่งโอลิมปิก แต่ผมไม่รู้หรอกว่า ในตอนนั้น เขาต้องเจอกับอะไรบ้าง การได้มาเล่นบทนี้ ได้มารู้จักกับเรื่องราวโดยละเอียดของเขา ถือเป็นบทเรียนอันยิ่งใหญ่มากๆ สำหรับตัวผม
@ เมื่อคุณมารับบทนำในภาพยนตร์เรื่องนี้ ต้องเตรียมตัวอย่างไรบ้างไหม
ตอนเล่นเรื่อง selma ผมต้องหาข้อมูลเยอะมากๆเลย ผมต้องทำงานร่วมกับนักแสดงคนอื่นๆ ว่าเราต้องเล่นออกมาแบบไหนดี และโชคดีมากๆ ที่จอห์น ลูอิส ตัวละครที่ผมเล่นใน selma เขายังมีชีวิตอยู่ ผมจึงสามารถคุยกับเขาได้โดยตรง ว่าเขาเป็นคนอย่างไรกันแน่ แต่สำหรับ race แน่นอน เจสซี่ โอเว่นส์ จากโลกนี้ไปแล้ว ผมไม่สามารถไปถามเขาได้โดยตรง แต่ผมยังสามารถไปคุยกับลูกสาวของเจสซี่ได้ ซึ่งเธอเป็นคนที่น่ารักมากๆ และพยายามเล่าเรื่องของพ่อเธอให้ผมฟังอย่างละเอียด และทำให้ผมสร้างแคแรคเตอร์ของเจสซี่ขึ้นมาได้
@ คุณต้องเข้าไปคลุกคลีกับครอบครัวโอเว่นเลยใช่ไหม
ใช่แล้ว แทบจะกลายเป็นครอบครัวเดียวกับเขาไปแล้วด้วย ลูกสาวของเจสซี่เป็นคนที่เปี่ยมเมตตาอย่างมาก หลานสาวของเจสซี่ก็เช่นเดียวกัน เราใช้เวลาอยู่ด้วยกันจนคุ้นเคย และผมก็มีความสุขมากๆ ที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของตระกูลนี้ คนนอกอาจจะมองว่าเจสซี่ โอเว่น คือตำนาน คือฮีโร่ที่ยิ่งใหญ่ แต่สำหรับคนในครอบครัวของเขา เจสซี่ โอเว่น คือพ่อผู้เป็นที่รัก ตาผู้เป็นที่รัก เป็นสุภาพบุรุษที่น่านับถือมาก
@ แล้วต้องเตรียมร่างกายอย่างไรบ้าง
เมื่อต้องเล่นเป็นมนุษย์ที่วิ่งเร็วที่สุดในโลก ผมต้องฟิตร่างกายอย่างหนัก มัดกล้ามต่างๆ ก็ขึ้นมาอย่างที่คุณจะได้เห็นในหนังนั่นแหละ ปกติผมไม่ได้เป็นคนที่รูปร่างดีขนาดนั้นหรอก นอกจากนั้น ผมยังต้องเรียนรู้การวิ่ง ท่าทางแบบนักวิ่งจริงๆด้วย ผมฝึกอยู่นานสองเดือน ส่วนที่ยากที่สุดไม่ใช่แค่เตรียมร่างกาย หรือเตรียมท่าทางการวิ่งนะ แต่มันคือท่าทางเพราะผมต้องวิ่งให้เหมือนเจสซี่วิ่ง อันนั้นยากสุดๆ เพราะถ้าคุณได้ดูคลิปเก่าๆ คุณก็จะเห็นว่า ท่าทางการวิ่งของเขา มันเป็นเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร เพราะฉะนั้นผมต้องทำให้เหมือนด้วย
@ การได้เล่นเป็นตัวเจสซี่ โอเว่นส์ ได้รู้จักเกือบทุกแง่มุมของตัวละครตัวนี้ คุณพอจะบอกได้ไหมว่า คุณรู้สึกกับเจสซี่อย่างไร
ตอนแรกนั้นเรื่องราวของเจสซี่ โอเว่นส์ สร้างแรงบันดาลใจให้ผมอย่างมาก เรื่องราวของเขา ช่างน่าประทับใจเหลือเกิน แต่พอได้มาเล่นจริงๆ ผมรู้สึกว่า ด้านที่ผมนับถือเขามากที่สุด คือการที่เขาเป็นนักมนุษยนิยมตัวกลั่น เขาเชื่อมั่นและศรัทธาในความเป็นมนุษย์ นั่นทำให้เขาเป็นมนุษย์ที่ดี น่านับถือ และเกื้อกูลต่อคนรอบข้าง เขาเป็นสุภาพบุรุษที่น่าเอาเป็นเยี่ยงอย่าง สำหรับผมแล้ว ชีวิตด้านนี้ของเขายิ่งใหญ่ กว่าการเป็นนักกรีฑาเหรียญทองโอลิมปิกเสียอีก
@ ส่วนสำคัญของหนังเรื่องนี้ คือประวัติศาสตร์และบริบททางสังคมในยุคนั้น ซึ่งตัวคุณก็เกิดไม่ทัน สิ่งนี้เป็นปัญหาบ้างหรือเปล่า
ไม่เลย หลายคนคงได้อ่านประวัติศาสตร์มาบ้างแล้ว ว่าช่วงนั้นสภาพสังคมเป็นเช่นไร เจสซี่ โอเว่นส์ ต้องเจอทั้งแรงกดดันที่โอไฮโอ (เรื่องเหยียดผิว) และแรงกดดันที่เบอร์ลิน (เหยียดเชื้อชาติ นาซี) ประเด็นอยู่ที่ เมื่อคนๆ หนึ่งต้องเจอกับแรงกดดันขนาดนั้น เขาผ่านมันมาได้อย่างไรมากกว่า เขารับมือกับมันอย่างไร ตรงนั้นแหละที่น่าจะสร้างแรงบันดาลใจให้กับคนดูได้
@ ในงานชิ้นก่อนเรื่อง selma มาจนถึง race หนังทั้งสองเรื่อง พูดถึงวีรบุรุษผิวสีเหมือนกัน คุณมีความเห็นอย่างไร
สำหรับผม นั่นไม่ใช่ประเด็นเลย ผมไม่คิดว่าหนังเรื่อง race จะดีได้เพียงเพราะมันพูดถึงคนผิวดำ แต่นี่คือมนุษย์ที่วิ่งเร็วที่สุดในโลก ไม่ว่าเขาจะผิวดำหรือผิวขาว เขาก็ยังเป็นคนที่วิ่งเร็วที่สุดในโลกอยู่ และยังเป็นคนที่เชื่อมั่นอย่างแรงกล้าในความสามารถของมนุษย์ เชื่อมั่นในการทำสิ่งที่ถูกต้อง
ภาพยนตร์เรื่องนี้มีคิวฉาย 7 เมษายน ในโรงภาพยนตร์เท่านั้น