
รู้ทันกฎหมาย - ลูกติด
คิดจะรักคนมีลูกแล้วก็ต้องมีความแน่วแน่ในทางจิตใจและต้องรู้ทันกฎหมายว่า จะได้หรือเสียสิทธิหรือมีหน้าที่อะไรติดสอยห้อยตามมากับลูกติดของคนรักเราหรือไม่ด้วยเช่นกัน
งานนี้อย่าคิดว่าคนที่มีลูกติดจะเป็นพ่อหม้ายหรือแม่หม้ายหย่ากันมา เพราะว่าการมีลูกไม่จำเป็นต้องมีภรรยาหรือสามีในทางกฎหมาย สามารถมีลูกได้ในหลายๆ ทาง
ลูกนอกสมรส เป็นลูกของแม่ไม่ใช่ของพ่อ เว้นแต่จะมีการจดทะเบียนรับรองบุตรไว้ ลูกติดอาจเป็นลูกบุญธรรมก็ได้ การที่เราจะอยู่กับใครที่มีลูกติด ไม่ว่าเราจะได้จดทะเบียนสมรสกับคนรักเราหรือไม่ เป็นคนละส่วนกับความสัมพันธ์ระหว่างเรากับลูกที่ติดมานั้นคนละเรื่องเลย
หลักที่เข้าใจง่ายๆ ก็คือ ไม่ว่าเด็กคนนี้จะเป็นลูกติดแบบไหน เขาก็คือลูกติดของคนรักเรา ไม่ทำให้เกิดนิติสัมพันธ์อะไรกับเราทั้งนั้น ผลก็คือ เราไม่มีสิทธิและหน้าที่อะไรในตัวเด็ก
ไม่มีอำนาจในการปกครองดูแล และไม่มีหน้าที่ต้องเลี้ยงดูอุปการะ เด็กจะไปเรียนที่ไหน ใครจะจ่ายค่าเล่าเรียนหรือไม่ ก็ให้เธอหรืเขาเอาใจใส่หรือไปเรียกร้องกับคนที่เคยเกี่ยวข้องกันเอง
ในกรณีที่เรารักเมตตาก็เลยเลี้ยงดูดั่งลูกในไส้ ก็เป็นเรื่องการให้ด้วยจิตใจและศีลธรรมอันดี ไม่มีหน้าที่หรือสิทธิอะไรตามกฎหมาย เด็กเองก็ไม่มีสิทธิอะไรต่อเรา
หากใครตายไป ต่างฝ่ายก็ไม่ได้มรดกของอีกฝ่ายหนึ่ง และเราก็ไม่อาจเรียกร้องพึ่งพาให้เขาเลี้ยงดูเรายามแก่ได้ในทางกฎหมาย ต้องอาศัยการวัดใจอย่างเดียว
เมื่อใดก็ตามที่เราไปจดทะเบียนรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรม ก็เริ่มความสัมพันธ์ทางกฎหมาย ลูกติดก็จะกลายเป็นลูกเทียมของเราไป ต่างก็มีหน้าที่และสิทธิต่อกัน เพียงแต่เขาตายก่อนเมื่อไหร่เราไม่ได้มรดกของลูกติดคนนี้ แต่เขามีสิทธิในมรดกของเรา เพราะกฎหมายให้สิทธิตรงนี้ไว้ แต่การจะรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรมได้ก็ต้องให้ทั้งพ่อและแม่ของเด็กยินยอม
ตราบใดที่ไม่ได้สัมพันธ์ตามกฎหมาย ยามใดที่พ่อหรือแม่โดยชอบด้วยกฎหมายตามมาทวงเด็กคืนไปเมื่อไหร่ เราก็ต้องกำหนดบทบาทให้ถูกต้องเอาไว้ จะมาทำหวงกันไม่ให้เขาไป เราไม่มีสิทธิอะไร หน่วงเหนี่ยวเด็กไว้จะเสี่ยงภัยทางคดี งานนี้ต้องดูให้ดีถึงสิทธิของแม่หรือพ่อที่เอาลูกติดมาอยู่กับเราว่าเขาหรือเธอมีสิทธิแค่ไหน อย่าเล่นผิดบทของตนเองไป
จะรับหรือรักลูกติดอาจไม่ได้คิดเรื่องกฎหมาย แต่หากใช้แต่ใจโดยไม่แคร์กฎหมาย อาจเสียใจได้เพราะไม่มีกฎหมายคอยดูแล
"ศรัณยา ไชยสุต"