
สมองเด็กผู้หญิงกับผู้ชาย ต่างกันไหมนะ?
ความฉลาดและความคิดของหญิงและชายแตกต่าง สมองเด็กผู้หญิงกับผู้ชาย ก็เติบโตไม่เหมือนกัน อยากรู้ว่าเป็นยังไงต้องอ่าน!
เคยสงสัยไหมว่าทำไมผู้หญิงผู้ชายจึงคิดต่างกัน นั่นเพราะการพัฒนาของสมองมีความแตกต่างตั้งแต่เด็ก รวมถึงเพศที่ต่างก็เป็นสิ่งที่บอกพฤติกรรมทางสมองที่ไม่เหมือนกันอีกด้วย ลองมาดูกันว่าสมองของลูกสาวและลูกชายต่างกันอย่างไรและเขามีความเก่งแบบไหนกันบ้าง
ข้อมูลจากรายงานสิ่งแวดล้อมและการเรียนรู้สร้างสมองเด็กให้ฉลาดได้อย่างไร โดยสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ สำนักนายกรัฐมนตรี และหนังสือชุดสร้างลูกให้เป็นอัจฉริยะ ได้บอกไว้ว่า สมองของมนุษย์มีความสลับซับซ้อนมาก และสมองแต่ละคนก็มีความแตกต่าง มีการเชื่อมต่อของข้อมูลระบบประสาทที่ละเอียดไม่เหมือนกัน แม้กระทั่งสมองของเด็กเพศหญิงและเพศชายก็แตกต่างและส่งผลทำให้พฤติกรรม รวมถึงความถนัดในแต่ละด้านไม่เท่ากัน
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
10 เทคนิคสร้างทักษะชีวิตลูก เผชิญโลกยุคใหม่
รวมปัญหาลูก "เจนอัลฟ่า" และวิธีแก้
“สมองเด็กผู้หญิง” จะเติบโตเร็วกว่าเด็กผู้ชาย
เด็กผู้หญิงจะมีความก้าวหน้าทางภาษามากกว่าเด็กผู้ชายในช่วงอายุแรกเกิดถึงประมาณ 7 ขวบ รวมถึงมีพัฒนาการของสมองซีกขวาที่เติบโตเร็วกว่า ทำให้เด็กผู้หญิงมักพูดเก่งมากกว่าเด็กผู้ชาย ผลงานวิจัยทางประสาทวิทยาศาสตร์แห่งมหาวิทยาลัยชิคาโกและมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด ได้พบความแตกต่างกันระหว่างเด็กผู้หญิงกับเด็กผู้ชายว่า เซลล์สมองของเด็กผู้หญิงจะเติบโตรวดเร็วกว่าเด็กผู้ชาย และสิ่งที่เด็กผู้หญิงดูโดดเด่นกว่าเด็กผู้ชาย คือ
- มีความสนใจในเรื่องความรู้สึกและจิตใจคน รับรู้อารมณ์ความอ่อนไหว เข้าอกเข้าใจคนได้ดี
- มีการรับรู้ทางสายตาดี ช่างสังเกตรายละเอียด มองเห็นในที่มืดได้ดี
- จำหน้าคนได้เก่ง รู้จักแสดงออกทางสีหน้าท่าทางและเสียงได้ดี
- มีความสามารถในการอ่านที่ดีและเร็ว มีทักษะด้านภาษา ไวยากรณ์ สื่อสารทางด้านอารมณ์ความรู้สึกได้เก่ง
- มีความไวต่อการสัมผัส รส กลิ่น และโดยเฉพาะเรื่องเสียง
- มีความคล่องแคล่วในการใช้กล้ามเนื้อมือ และการมองเห็น
- มีความสามารถในการรับข้อมูลและนำมาคิดได้รวดเร็ว
“สมองเด็กผู้ชาย” โดดเด่นด้านการทำงานของสมองซีกซ้าย
แม้ว่าในช่วงแรกของชีวิตสมองของเด็กผู้หญิงจะเติบโตเร็วกว่าผู้ชาย แต่เมื่ออายุได้ประมาณ 14-16 ปี ผู้ชายจะมีการเติบโตของสมองที่เจริญรวดเร็วกว่าเด็กผู้หญิง และมีการพัฒนาทางสมองซีกซ้ายที่ดีกว่า โดยมีความสามารถที่เด่นชัดในเรื่องต่างๆ เช่น
- มีความสามารถหรือเก่งทางด้านทักษะมิติสัมพันธ์ การรับรู้ทิศทาง ระยะห่าง ความลึก วัตถุที่มีสามมิติซ่อนอยู่ในภาพสองมิติ แผนที่ และการใช้ความคิดไขปริศนาหรือเขาวงกตต่างๆ
- มีทักษะและการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อมัดใหญ่ มีการมองเห็นในเวลากลางวันดี
- มีความสามารถทางด้านคณิตศาสตร์ ตรีโกณ พีชคณิต รวมถึงการวิจัย ค้นคว้า ทดลองทางวิทยาศาสตร์
- สามารถใช้ภาษาในการสื่อหรืออธิบายเหตุผล หรือความคิดทางคณิตศาสตร์ได้ดี
- มีทักษะในการมองเห็นภาพรวม โครงสร้าง หลักการและนำเอาไปใช้ในชีวิตประจำวันได้ดี
- มีความคิดนอกกรอบที่เป็นอิสระในเรื่องราวหรือสถานการณ์ต่างๆ มากกว่าเด็กผู้หญิง
แม้ว่าคนต่างเพศจะมีพฤติกรรมทางสมองที่ต่างกัน แต่เมื่อสมองเติบโตและพัฒนามากขึ้นตามวัย ร่วมกับการได้รับการกระตุ้นและประสบการณ์ต่างๆ ทำให้ระบบเคมีชีวะในร่างกายทุกส่วนทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิด ทั้งระบบฮอร์โมนและอื่นๆ รวมทั้งสมองก็ไม่ได้แยกส่วนทำงานชัดเจน แต่จะทำงานร่วมกันช่วยกันประมวลผล ฉะนั้นไม่ว่าลูกของเราจะเป็นผู้ชายหรือผู้หญิง ขอเพียงพ่อแม่หมั่นส่งเสริมพัฒนาการสมอง ด้วยอาหารที่มีคุณค่า ให้ลูกได้เรียนรู้ลงมือทำในสิ่งที่สนใจและได้รับประสบการณ์ความรู้ใหม่ๆที่ดีต่อสมอง เขาก็จะฉลาด เก่งได้เหมือนกันแน่นอน
ภาพจาก https://unsplash.com/