
"หมาแลกคุ" สู่ธุรกิจส่งนอก
ไม่ง่ายอย่างที่คิด เอาผิด ปิดกิจการค้า "หมา" ส่งออก หลังฝ่ายผู้ค้าหมา ก็เรียกร้องความเป็นธรรม อ้างทำมาหากินสุจริต
เหลือเชื่อว่า จากอดีตที่เป็นแค่วัฒนธรรมการกินดั้งเดิมของชาวเวียดนามอพยพเข้ามาอยู่อาศัยในประเทศไทยเท่านั้น กลับกลายมาเป็น "ธุรกิจ" สะเทือนขวัญผู้คน และสยดสยองในหัวใจของคนรักน้องหมาไปได้
เพราะไม่เพียงก่อตำนาน "หมาแลกคุ" อีกต่อไปแล้ว หากแต่มันได้กลายเป็นธุรกิจส่งออก ราคาดีถึงสูงสุดตัวละ 1,500 บาททีเดียว ในปัจจุบัน
ยิ่งกว่านั้น ไม่เพียงการแสวงหาไล่ล่า ซื้อขายกันอย่างโจ๋งครึ่ม ยังพบว่า มี 'ส่วยหมา' เข้าให้อีก ทำมาหากินเกาะเกี่ยวกันอย่างเป็นล่ำเป็นสัน จนกลายเป็นข่าวใหญ่โตขึ้นมาในเวลานี้
แน่นอน, ในเมื่อมีกระแสคัดค้านต่อต้าน ในท่ามกลางการทำมาหากินเลี้ยงชีพ ด้วยอาชีพสุจริต ย่อมเป็นการปะทะกัน ที่ยากแก้ไข และให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย
แม้ว่า โรเจอร์ โลหะนันท์ เลขาธิการสมาคมพิทักษ์สัตว์ไทย สมาคมป้องกันการทารุณสัตว์แห่งประเทศไทย จะเคลื่อนไหว ผลักดันให้ออกกฎกระทรวงห้ามค้าและบริโภคเนื้อสุนัข เพราะหมาที่ถูกชำแหละไม่มีการตรวจสุขอนามัย เป็นการห้ามบริโภคคล้ายกับกรณีปลาปักเป้า
ส่วนระยะยาวจะนำร่างพระราชบัญญัติป้องกันการทารุณกรรมและพัฒนาสวัสดิภาพสัตว์มาปัดฝุ่น และเร่งให้นำเข้าพิจารณาเป็นวาระเร่งด่วนในการประชุมสภาผู้แทนราษฎรของรัฐบาลชุดใหม่โดยเร็ว และหวังว่ารัฐบาลภายใต้การนำของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี จะเห็นความสำคัญกับร่าง พ.ร.บ.ชุดนี้ ให้มีกฎหมายคุ้มครองชีวิตสัตว์ด้วย
ทว่าข้างฝ่ายผู้ค้าสุนัข ก็ต้องการให้มีระเบียบการค้าที่ออกมาเพื่อรองรับธุรกิจที่ทำอยู่ เนื่องเพราะเป็นอาชีพสุจริตที่ทำมานาน และสามารถมีรายได้จุนเจือครอบครัวได้ ทั้งนี้ หากต้องการให้เลิกกะทันหัน เพียงเพราะมองว่าเป็นการทารุณสัตว์ ภาครัฐก็ต้องมีอาชีพมารองรับคนกลุ่มนี้ ซึ่งนอกจากเจ้าของคอกแล้ว ยังมีคนจับหมา เจ้าของรถ กรรมกรรับจ้างขนย้าย หรือแม้แต่เรือบรรทุกข้ามฟาก บุคคลเหล่านี้ได้รับการกระทบไม่แพ้กัน
ข่าวว่าเร็วๆ นี้ กลุ่มผู้ค้าสุนัขท่าแร่ จะร่วมกับคนในเครือข่ายที่มีอยู่หลายจังหวัดภาคอีสาน ทั้งขอนแก่น ศรีสะเกษ นครพนม และสกลนคร ออกมาเคลื่อนไหวกดดันให้ภาครัฐปล่อยให้มีการค้าหมาต่อไป เหมือนเช่นที่เคยออกมาประท้วงผู้ว่าราชการจังหวัดสกลนคร ในคราวปราบปรามอย่างจริงจังเมื่อปี 2546 ครั้งนั้นมีอดีต ส.จ. และ ส.ส. นำม็อบผู้ค้าประท้วง จนผู้ว่าฯ ต้องล่าถอย ยกเลิกคำสั่ง
จึงหมายความว่า ขบวนการล่าหมาส่งนอก ยังคงไม่ยุติลงง่ายๆ และเป็นเรื่องใหญ่เกินกว่าที่จะเป็นเรื่องของคนในพื้นที่ และใหญ่เกินกว่าที่จะแก้ได้ในวันเดียว