
ตร.ไล่สอบ 19 ยูสเซอร์ สางปมสวมสิทธิ"ศูนย์ฉีดวัคซีนกลางบางซื่อ"
ตำรวจเร่งสอบ อาสาสมัครลงทะเบียนคนฉีดวัคซีนที่"ศูนย์ฉีดวัคซีนกลางบางซื่อ" ดูแล 19 ยูสเซอร์ พบช่องโหว่แอบลงทะเบียนนอกเวลา 2 ทุ่มถึง 4 ทุ่ม ขณะที่ผู้การรถไฟ ถกผู้ให้บริการ 3 เครือข่าย หารือล้อมคอกป้องกันเหตุ
จากกรณี เจ้าหน้าที่กรมการแพทย์ ตรวจสอบพบการทุจริตการลงทะเบียนเข้ารับการฉีดวัคซีนที่ ศูนย์ฉีดวัคซีนกลางบางซื่อ โดยมีกลุ่มบุคคลแฮ็กระบบผ่านเครือข่ายโทรศัพท์ ของบริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) นำโควตาไปขายสิทธิ ถึงวันละ 1,500 คน และมีการเรียกเก็บค่าหัวคนละ 500 - 1,000 บาท
ความคืบหน้ากรณีดังกล่าว พล.ต.ต.อำนาจ ไตรพจน์ ผู้บังคับการตำรวจรถไฟ (ผบก.รฟ.) เปิดเผยว่า เนื่องจากกรณีดังกล่าวเป็นเรื่องสลับซับซ้อน มีการกระทำกันเป็นกระบวนการ จึงจำเป็นต้องให้เจ้าหน้าที่เฉพาะด้านเข้ามาร่วมสืบสวนสอบสวน โดยทางพล.ต.ท.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (ผบช.ก.) ตั้งคณะทำงานขึ้นมา โดยจะมีตำรวจรถไฟ บก.ปอท.และกองปราบปราม บูรณาการร่วมกันในการสืบสวนสอบสวน
ทั้งนี้หลังจากที่เกิดเรื่องได้สอบปากคำผู้เกี่ยวข้องแล้วกว่า 20 ปาก ประกอบด้วยเจ้าหน้าที่กรมการแพทย์ พนักงานบริษัทเครือข่ายโทรศัพท์ และผู้ที่สวมสิทธิ์ในการฉีดวัคซิน โดยเป็นการสอบปากคำเบื้องต้น รวมทั้งจะเรียกผู้เกี่ยวข้องมาสอบเพิ่มเติมอีก แต่ยังไม่ได้มีการแจ้งข้อหาดำเนินคดีกับใคร รวมทั้งยังไม่สามารถตอบได้ว่ากลุ่มผู้ต้องหาขบวนการนี้มีกี่คน เบื้องต้นได้ตีกรอบผู้กระทำความผิดว่าอาจเป็นบุคลากรภายในและภายนอก ที่ทำการกรอกข้อมูลสวมสิทธิ์วัคซีน ซึ่ง บก.ปอท.จะทำการตรวจสอบพิสูจน์ทางเทคนิคเพื่อไขความกระจ่าง
อย่างไรก็ตาม จากการตรวจสอบพบว่ามีการลักลอบคีย์ข้อมูลนอกเวลาทำการ คือหลังเวลา 18.00 น. ในระหว่างเวลา 20.00 - 22.00 น. ในส่วนของยอดผู้สวมสิทธิ์เบื้องต้นพบว่าอาจมีมากกว่า 5,000 - 6,000 ราย ซึ่งในส่วนนี้อาจเกิดความเสียหายเป็นมูลค่าหลายล้านบาท ทั้งนี้ พล.ต.ท.ต่อศักดิ์ ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ได้เน้นย้ำให้คลี่คลายข้อเท็จจริงโดยเร็ว การกระทำในลักษณะดังกล่าวจนนำมาสู่การขายสิทธิ์กัน ซึ่งเป็นเรื่องที่รับไม่ได้ในสถานการณ์เช่นนี้ ทั้งนี้ หลังเกิดเรื่องขึ้นได้มีการหารือร่วมกับผู้ให้บริการทั้งสามเครือข่ายเพื่อหาแนวทางในการป้องกันเฝ้าระวังไม่ให้เกิดเหตุและในลักษณะนี้อีก
อย่างไรก็ตาม มีรายงานว่า เจ้าหน้าที่พบความผิดปกติในช่วงที่ปรับให้มีการวอล์กอิน ลงทะเบียนหน้าศูนย์ฉีดวัคซีนกลางบางซื่อ เจ้าหน้าที่ปิดรับการลงทะเบียนจากหน่วยงาน เหลือแค่กระทรวงการต่างประเทศ โดยเหลือเพียงหน่วยงานเดียวเปิดให้ฉีดได้วันละ 300 คน ประกอบกับหลังช่วงที่มีการปรับระบบให้วอล์กอินลงทะเบียนหน้าศูนย์ และเปิดยูสเซอร์ให้อาสาสมัครมาช่วยลงทะเบียน แต่กลับพบว่าตัวเลขการนัดฉีด เพิ่มขึ้นจากเดิม 10-20 คน ต่อวัน
กระทั่ง วันที่ 28 ก.ค.ที่ผ่านมาปรากฎว่ามีคนจำนวนมายืนรอกันที่บริเวณประตู 4 และพบตัวเลขผู้ลงทะเบียนจำนวน 2,000 คน ทั้งที่ตัวเลขนัดหมายมีฉีดวัคซีนของกระทรวงการต่างประเทศมีเพียง 384 คน เท่านั้น เมื่อเจ้าหน้าที่เห็นแต่ตัดสินใจไม่ยกเลิกการฉีดวัคซีน ปล่อยให้ทั้ง 2,000 คน เดินทางมาตามนัดหมาย และทำการคัดกรองบุคคลทำให้ทราบว่า มีการเรียกเก็บค่าหัวคิวซื้อโควตาฉีดวัคซีนในราคาหัวละ 400 - 1,200 บาท รวมเป็นเงิน 120,000 - 360,000 บาท
อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ได้ทำการสอบถามผู้ที่เกี่ยวข้องทราบว่ามีเจ้าหน้าที่อาสาสมัครทำหน้าที่ลงทะเบียนคนฉีดวัคซีนที่ศูนย์ฉีดวัคซีนกลางบางซื่อ 19 คน ซึ่งเป็นคนดูแล 19 ยูสเซอร์ โดยสามารถระบุได้ว่าแน่ชัดว่าอาสาสมัครกลุ่มดังกล่าวมาจากการที่ผู้ให้บริการเครือข่ายทรู ได้จ้างบริษัทย่อยมาช่วยจัดคิวลงทะเบียน ทำให้พบปัญหาเพียงค่ายเดียว ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสองหากพบว่า 19 คนนี้มีส่วนเกี่ยวข้องก็จะเข้าข่ายความผิดด้วย