
เปิดใจครูสาว ฮีโร่ช่วยป้องลูกศิษย์ จากครูแบทแมน
เปิดใจครูสาว ยืนกรานช่วยป้องลูกศิษย์ จากครูแบทแมนเผยถูกแซะพูดเหน็บแนม ขู่จะเอาเรื่องจนคิดอยากลาออก แต่เป็นห่วงเด็ก
24 ก.พ. 2568 จากกรณีข่าวฉาวโฉ่ กรณีที่มีครูชายโรงเรียนมัธยมแห่งหนึ่งในจังหวัดอุทัยธานี มีพฤติกรรมวิตถาร ถ่ายคลิปตัวเองในชุดหน้ากากแบทแมน และโซ่ล็อกคอภายในห้องเรียน ขณะที่ทางฝั่งผู้อำนวยการโรงเรียน กลับพยายามปกปิดเหตุการณ์ และขอให้นักเรียนอย่าเอาเรื่องนี้ไปเผยแพร่
โดยเมื่อวานนี้ ( 24 ก.พ. 2568) เวลา 17.30 น. กัน จอมพลัง ได้นัดกับครูคนหนึ่ง (ขอสงวนชื่อและนามสกุล) อายุ 59 ปี เพื่อสอบถามกรณีที่ครูแบทแมน ก่อเหตุวุ่นวายโชว์ภาพอนาจารในโรงเรียน โดยครูผู้หญิงคนดังกล่าวนั้นเป็นคนรับข้อมูลจากนักเรียนที่เห็นการกระทำที่ครูแบทแมนนั้นโชว์หวิวที่บันไดโรงเรียน
จากนั้นครูผู้หญิงคนนี้ ได้รวบรวมข้อมูลแล้วไปปรึกษากับครูคนอื่นที่ไม่เห็นด้วยกับพฤติกรรมของครูแบทแมน ซึ่งถือว่าครูผู้หญิงคนนี้เป็นฮีโร่ที่ช่วยเด็กไว้เลยก็ว่าได้ ซึ่งในวันต่อมา ครูแบทแมนที่ก่อเหตุนั้นมาพูดจาแหน็บแนมและดูถูกครูผู้หญิงคนนี้ หวังจะเอาเรื่องอีกด้วย ครูสาวเปิดใจคิดอยากลาออก
แต่เมื่อครูแบทแมนทราบข่าวว่า นายชาดา ไทยเศรษฐ์ จะมาลงพื้นที่ ครูแบทแมนจึงเข้ามาที่โรงเรียน และมาขอโทษครูผู้หญิงคนดังกล่าวอีกด้วย หลังจากนั้นทาง กัน จอมพลัง ได้ประชุมร่วมกับคณะครูของโรงเรียนรวมถึงเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เขาบางแกรก ซึ่งทางผู้สื่อข่าวนั้นไม่ได้รับอนุญาติให้เข้าไปฟังและถ่ายรูป แต่ทราบข้อมูลการประชุมมาว่าทางคุณกันจี้เอาผิดครูให้ถึงที่สุด เพราะเป็นแบบอย่างที่ไม่ดีอย่างมาก ซึ่งหากว่ามีอาการป่วยทางจิตก็ต้องไปรักษาอย่างเร่งด่วน และไม่สมควรที่จะรับเข้ามาสอบหนังสือในโรงเรียนที่เกิดเรื่องอีก
ในเบื้องต้น ทั้งครูแบทแมนและผู้อำนวยการโรงเรียนนั้น ถูกย้ายไปช่วยราชการที่ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา หรือพักการสอน ไม่ให้เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับโรงเรียนอีก ซึ่งต้องรอผลการตั้งกรรมการสอบสวน การกระทำความผิดของครูแบทแมน ส่วนผู้อำนวยการโรงเรียนนั้น ถือว่าปกปิดข้อมูลไม่รายงานให้ทาง เขตพื้นที่รับทราบว่าครูในโรงเรียนนั้นมีพฤติกกรรมดังกล่าวจนกลายเป็นข่าวโด่งดัง และน่าอับอายอย่างมาก