"กรณ์" ชี้ต้องรื้อโครงสร้างเศรษฐกิจของประเทศกันใหม่ จึงจะพัฒนาได้
หัวหน้าพรรคชาติพัฒนากล้า "กรณ์ จาติกวณิช" เชื่อต้องปรับโครงสร้างเศรษฐกิจครั้งใหญ่ทั้งระบบ และการจะเปลี่ยนแปลงเรื่องที่มีปัญหายืดเยื้อเรื้อรังมานาน จะต้องอาศัยความกล้า
"นายกรณ์ จาติกวณิช" หัวหน้าพรรคชาติพัฒนากล้า กล่าวว่า แม้จะยังไม่มีความชัดเจนว่าจะมีการยุบสภาเมื่อไหร่ แต่เชื่อได้ว่าจะมีการเลือกตั้งในปี 2566 คือ ปีหน้าอย่างแน่นอน จับสัญญานหลายพรรคเริ่มขยับประกาศเตรียมพร้อมจัดทัพรับเลือกตั้งกันอย่างคึกคัก
เขายังมองว่า วิกฤตประเทศครั้งใหญ่ที่คนไทยประสบอยู่ขณะนี้ ทั้งจากปัญหาการแพร่ระบาดของโควิดมาเจอภาวะสงครามซ้ำ กลายเป็นมหาวิกฤตเศรษฐกิจที่จะทำให้ประเทศไทยไปไม่รอดถ้าไม่รีบแก้อย่างเร่งด่วนและถูกวิธี
"นายกรณ์" กล่าวอีกว่า ถึงเวลาแล้วที่ต้องกล้าลุกขึ้นมารื้อโครงสร้างเศรษฐกิจของประเทศกันใหม่ทั้งระบบและการจะเปลี่ยนแปลง เรื่องที่มีปัญหายืดเยื้อเรื้อรังมานาน จะต้องอาศัยความกล้า คือ กล้าคิด ในเรื่องที่คนอื่นไม่เคยคิด ต้องสร้างงานใหม่ ๆ อีกเป็นล้านตำแหน่ง
งานแห่งอนาคตที่จะสร้างรายได้ให้คนไทย ไม่ว่าจะด้วย Creative Economy หรือสร้างให้คนไทยเป็นเซลล์แมนขายของออนไลน์ไปทั่วโลก กล้าทำ ในเรื่องยาก ๆ ปรับการคำนวณฐานภาษีใหม่ ลดภาระให้มนุษย์เงินเดือนจ่ายภาษีน้อยลงเพื่อเพิ่มเงินในกระเป๋า กล้าชนบริษัทยักษ์ใหญ่ รื้อโครงสร้างพลังงานใหม่ ให้คนไทยใช้พลังงานถูกลง ลดต้นทุนผู้ประกอบการ ลดปัญหาของแพง
กล้าริเริ่มตั้งบริษัทเพื่อผลิตภัณฑ์การเกษตรแต่ละชนิดแบบครบวงจร เช่น บริษัทข้าวหอม ใช้มืออาชีพมาช่วยสร้างตลาด วิจัยพัฒนา สร้างมูลค่า เพิ่มราคา เพิ่มอำนาจการต่อรอง เพิ่มขนาดตลาด เพิ่มรายได้ โดยชาวนาชาวไร่ทุกคนเป็นหุ้นส่วน และสุดท้ายคือ กล้าตัดสินใจ ให้รัฐเล็กลงด้วยเทคโนโลยี หรือ Gov Tech ทำให้คนเข้าถึงได้ด้วยมือถือ ง่ายในการรับบริการ โปร่งใส ตรวจสอบได้ ทำงานด้วยข้อมูลและเทคโนโลยีจะให้ผลที่แม่นยำและรวดเร็ว เราจะพุ่งไปข้างหน้าได้ไวขึ้น เชื่ออย่างสุดใจว่า ประเทศไทยเราสามารถกลับมามีเศรษฐกิจที่เฟื่องฟูอีกครั้งได้ คนไทยร่ำรวยได้ เป็นมนุษย์ทองคำได้ แค่ต้องมีความกล้าและลงมือทำ คนไทยรวยได้ ชาติพัฒนาได้ ต้องกล้ารื้อโครงสร้างเศรษฐกิจของใหม่เพื่อเอื้อให้กับคนตัวเล็ก หัวหน้าพรรคชาติพัฒนากล้า กล่าว
ส่วนนโยบายพรรค "นายกรณ์" กล่าวว่า พรรคเพิ่งมีโครงสร้างชัดเจน ในส่วนของนโยบายของพรรคต้องหารือกันอีกครั้งเพื่อลงรายละเอียด แต่ในภาพรวมคือตอนนี้เราไม่ได้มองว่าพรรคชาติพัฒนากล้า จะเป็นพรรคขนาดเล็กหรือขนาดใหญ่
แต่สิ่งที่คิด คือเป้าหมายประเทศไทยในภาพใหญ่คือประเทศไทยเวลานี้ต้องปรับโครงสร้างเศรษฐกิจครั้งใหญ่ทั้งโครงสร้างอุตสาหกรรมพลังงาน ต้องทำให้น้ำมันและค่าไฟฟ้าลดลง ซึ่งแน่นอนว่าจะต้องอาศัยความกล้าเพราะระบบที่ฝังรากลึกมานาน อย่างระบบราชการไม่ได้เอื้อต่อการพัฒนาประเทศในยุคที่โลกเปลี่ยนแปลงเร็ว
พรรคชาติพัฒนากล้า เป็นพรรคการเมืองของคนทุกวัย เรามองว่าพื้นฐานของสังคมไทยสามารถที่จะเรียนรู้จากกันและกันได้ การที่เราจะมาจำกัดตัวเองว่า เป็นพรรคของคนรุ่นเก่า หรือพรรคของคนรุ่นใหม่ มันทำให้เสียโอกาสในการที่คนต่างวัยจะช่วยกันทำงานและเรียนรู้จากกันและกันได้
โดยมีเป้าหมายเดียวกันคือ คนไทยทุกคนรวยขึ้นได้ เศรษฐกิจดีได้ ปากท้องดีได้ ตื่นเช้ามาไม่ห่วงหน้าพะวงหลัง จะมีข้าวกินไหม ลูกมีเงินไปโรงเรียนไหม นี่คือประเด็นที่เราหายใจเข้าออกทุกวันเพื่อหาคำตอบนโยบายแก้ปัญหาให้คนไทยทุกคน หัวหน้าพรรคชาติพัฒนากล้า กล่าวย้ำ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อ 16 ตุลาคมที่ผ่านมา นายกรณ์ จาติกวณิช หัวหน้าพรรคกล้า ยกทีมไปร่วมกับพรรคชาติพัฒนา รีแบรนด์พรรคใหม่เป็น “ชาติพัฒนากล้า” ซึ่งมีการโหวตเลือกหัวหน้าพรรคกันไป หลังจากนายเทวัญ ลิปตพัลลภ ประกาศลาออกจากการเป็นหัวหน้าพรรค และเสนอชื่อนายกรณ์ เป็นหัวหน้าพรรคแทน ส่วนนายเทวัญ ได้นั่งเก้าอี้เลขาธิการพรรค
และเมื่อเช็กชื่อดูทีมเศรษฐกิจของพรรคชาติพัฒนากล้า เริ่มจาก ประธานพรรค สุวัจน์ ลิปตพัลลภ ประสบการณ์ทำงานการเมือง 35 ปี เป็นรัฐมนตรีมา 9 สมัย ส่วนนายกรณ์หัวหน้าพรรค ผู้สื่อข่าวต่างประเทศเคยให้เป็นรัฐมนตรีคลังโลกเมื่อปี 2553 และยังมีนายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ อดีตรองนายกรัฐมนตรีฝ่ายเศรษฐกิจได้รับเลือกให้ดำรงตำแหน่งประธานยุทธศาสตร์ด้านเศรษฐกิจและนโนบายหาเสียงเลือกตั้ง
นอกจากนี้ยังมีนายวรวุฒิ อุ่นใจ มือเศรษฐกิจเพื่อคนตัวเล็กระดับต้นของประเทศ และนายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี นั่งเก้าอี้รองหัวหน้าพรรค และยังมี พ.อ.วินัย สมพงษ์ อดีตรัฐมนตรีกระทรวงอุตสาหกรรม และ นพ.วรรณรัตน์ ชาญนุกูล อดีตรัฐมนตรีพลังงานเป็นที่ปรึกษาพรรค
ติดตาม คมชัดลึก ที่นี่
Line: https://lin.ee/qw9UHd2
YouTube:https://www.youtube.com/channel/UCnniqWGq9lOqYd5sGWxVi7w