แฟนบอล "อาร์เจนติน่า" ช็อกไม่เชื่อสายตา หลังพ่าย ซาอุฯ ศึก ฟุตบอลโลก 2022
แฟนบอล ทัพ ฟ้าขาว ช็อกสุดเซ็ง อาร์เจนติน่า ออกสตาร์ทพ่าย ซาอุดิอาระเบีย ทั้ง ๆ ที่ขึ้นนำก่อน ชวดเก็บแต้มแรก ศึก "ฟุตบอลโลก 2022"
ความเคลื่อนไหว หลังเกม ศึก "ฟุตบอลโลก 2022" ที่ประเทศกาตาร์ หรือ FIFA World Cup Qatar 2022 รอบแบ่งกลุ่ม กลุ่ม C คู่ระหว่าง "ทีมชาติอาร์เจนติน่า" พบกับ "ทีมชาติซาอุดิอาระเบีย" โดยเป็นการเปิดสนามสุดช็อก เมื่อ "อาร์เจนติน่า" ซึ่งได้ประตูขึ้นนำก่อนจากจุดโทษของ ลิโอเนล เมสซี่ ตั้งแต่นาทีที่ 10 ก่อนจะเป็น "ซาอุดิอาระเบีย" ทีมจากโซนเอเชีย ทำแสบพลิกได้ประตูตีเสมอ จาก ซาเลห์ อัล-เชห์รี่ นาทีที่ 48 และพลิกแซงจากการทำประตู ซาเลม อัล-ดอว์ซารี่ ในนาทีที่ 53 ทำให้ เก็บสามคะแนนแรกสุดล้ำค่า ไปได้
โดยระหว่างเกมการแข่งขัน ได้มีการรายงานจากยูทูปช่อง "BeanymanSports2" ได้เผยแพร่ ภาพขณะที่ "ทีมชาติอาร์เจนติน่า" ลงทำการแข่งขันกับ "ทีมชาติซาอุดิอาระเบีย" ซึ่งในระหว่างนั้นเป็นจังหวะ ทีมเศรษฐีน้ำมัน เป็นฝ่ายได้ประตูออกนำ ซึ่งทำให้แฟน ๆ ถึงกับออกอาการ อย่างเห็นได้ชัด
โดย จากรายงาน ระบุว่า แฟนบอลนับร้อยราย ซึ่งได้รวมตัวกัน ที่สวนสาธารณะของกรุง บัวโนสไอเรส เมืองหลวงของ ประเทศอาร์เจนติน่า เพื่อร่วมกันเชียร์ทีมบ้านเกิดของพวกเขาลงประเดิมนัดแรก ของการแข่งขัน ศึก "ฟุตบอลโลก 2022"
แต่แล้ว แฟนบอลทัพ ฟ้าขาว ซึ่งแต่งตัวกันมาอย่างจัดเต็ม เรียกได้ว่าเสมือนอยู่ในสนาม กลับต้องไม่เชื่อกับสายตาของตัวเอง ที่ ที"ทีมชาติอาร์เจนติน่า" ประเดิมนัดแรกพลาดพ่ายแพ้ให้กับ "ทีมชาติซาอุดิอาระเบีย" ไปด้วยสกอร์ 1-2 ชวดเก็บคะแนนแรกของ ทัวร์นาเมนต์ไปอย่างน่าเสียดาย และไม่เพียงเท่านี้ยังทำให้ "อาร์เจนติน่า" พ่ายเป็นนัดแรกในรอบ 36 เกม หลังจากไม่แพ้ใครมาอย่างยาวนาน
ทั้งนี้ "ทีมชาติอาร์เจนติน่า" เคยเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้นใน เวที ฟุตบอลโลก ซึ่งประเดิมด้วยความพ่ายแพ้ ในนัดเปิดสนาม โดยหากย้อนไปเมื่อ ฟุตบอลโลก ปี 1990 ที่ประเทศอิตาลี ทัพ ฟ้าขาว ปราชัยนัดแรกต่อ แคมารูน ด้วยกสอร์ 0-1 ก่อนจะกลับมาอยู่ในเส้นทาง ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม เข้าถึงรอบชิงชนะเลิศ พบกับ เยอรมนี ก่อนจะพ่ายไปในที่สุด 0-1 คว้ารองแชมป์ ได้ในคราวนั้น
อย่างไรก็ตาม "ทีมชาติอาร์เจนติน่า" ยังเหลือโปรแกรม ในศึก "ฟุตบอลโลก 2022" รอบแบ่งกลุ่ม อีก 2 นัด พบกับ เม็กซิโก และ โปแลนด์ โดยนัดถัดไปพบกับ เม็กซิโก ในเสาร์ที่ 26 พฤศจิกายน เวลา 02.00 น.
ที่มา : BeanymanSports2
CREDIT PHOTO : Twitter@FIFAWorldCup , chicago.suntimes , BeanymanSports2