royal coronation
วันที่ 18 สิงหาคม 2562
ไลฟ์สไตล์

"BMW 320d Sport" ดุดัน เร้าใจ

วันที่ 27 กรกฎาคม 2562 - 07:40 น.
บีเอ็มดับเบิลยู ซีรีส์ 3
Shares :
เปิดอ่าน 6,110 ครั้ง

คอลัมน์... ยานยนต์

 

 

          “บีเอ็มดับเบิลยู ซีรีส์ 3” เป็นหนึ่งในรถที่หลายคนที่ต้องการรถที่มีอารมณ์สปอร์ต ขนาดกะทัดรัด คล่องตัว ใฝ่ฝันจะต้องหามาครอบครอง เพราะมันเป็นรถที่มีความโดดเด่นในเรื่องการสร้างความพึงพอใจในการขับขี่ ให้อารมณ์สปอร์ต ตั้งแต่รุ่นแรกที่เกิดขึ้นตั้งแต่เมื่อกว่า 40 ปีที่แล้ว

 


          ล่าสุดคือ เจเนอเรชั่น 7 เปิดตัวในบ้านเราช่วงต้นปีที่ผ่านมา และมันก็ไม่ทำให้คอสปอร์ตผิดหวัง จากการยกระดับขึ้นหลายๆ ด้าน


          การออกแบบที่ลงตัวมากขึ้นทั้งด้านหน้า ด้านข้าง และด้านหลัง โดยเฉพาะรูปทรงของไฟท้ายทรงที่คงรูปแบบ แอล เชพ โดยมีตัวสะท้อนแสงเหนือท่อไอเสียมาล้ออย่างลงตัว มุมมองโดยรวมด้านหลังดูหรูขั้นชัดเจน

 

 


          ไฟหน้า ดูดุดัน และมีเลศนัยไม่น้อยเป็นไฟแอลอีดี ไฟขับขี่กลางวันแอลอีดีกระจังหน้าทรงไตคู่เข้ากันได้ดีกับช่องดักลมด้านล่าง ส่วนมุมมองด้านข้างเห็นการออกแบบให้หน้ารถยาว ท้ายสั้นเสริมอารมณ์สปอร์ต เพิ่มความคมเข้มด้วยเส้นสายที่ลากผ่านจากแก้มรถด้านหน้าผ่านประตูบานหน้ามายังบานท้าย ก่อนจะสิ้นสุดลงดื้อๆ ซะอย่างนั้น เหมือนจิตรกรที่ตวัดเส้นอย่างรวดเร็วให้คนดูไปหาความหมายที่ซ่อนอยู่อย่างน่าสนใจ


          ซีรีส์ 3 ใหม่มีความยาว 4,709 มม. เพิ่มขึ้น 76 มม. จากรุ่นก่อนหน้าความกว้าง 1,827 มม. กว้างขึ้น 16 มม. และความสูง 1,435 มิลลิเมตร เพิ่มขึ้นเล็กน้อย 6 มม.


          ภายในดูเปลี่ยนแปลงไปจากรุ่นเดิมพอควร เน้นเส้นสายที่เป็นเส้นตรง และทรงเหลี่่ยมของหลายๆ ส่วนประกอบ และมีส่วนประกอบของอะลูมิเนียมพอควร เหมือนเติมทั้งความหรู และสปอร์ตเข้าไป แต่ภาพรวมยังคงดีเอ็นเอความเป็นบีเอ็มดับเบิลยูเอาไว้ รวมถึงการออกแบบคอนโซลที่พุ่งเข้าหาและโอบคลุมผู้ขับขี่เอาไว้

 

 


          จอแสดงผลให้ภาพคมชัด แต่ว่าเมื่อใส่เกียร์ถอยหลังแล้วจะมองหาภาพที่แสดงขึ้นมา หาไม่เจอนะครับ เพราะไม่มี แต่มีเซ็นเซอร์คอยเตือนระยะแทน ส่วนมาตรวัดต่างๆ แสดงข้อมูลชัดเจน แม้ขับขี่กลางแดดจ้าก็ตาม


          ห้องโดยสารเก็บเสียงได้ดี แม้การขับขี่ที่ความเร็วสูง ก็ยังมีเส่ียงรบกวนเข้ามาน้อย ทำให้เพลิดเพลินกับเครื่องเสียงที่ให้คุณภาพเสียงค่อนข้างดี


          การขับขี่ ให้อารมณ์เพิ่มขึ้นค่อนข้างชัดเจน พวงมาลัยมีน้ำหนักดีความแม่นยำสูง ทำให้มีความคล่องตัวในช่วงที่ต้องเปลี่ยนช่องจราจรบ่อยๆ และมั่นคงที่ใช้ความเร็วสูง หรือการควบคุมรถผ่านเส้นทางโค้ง


          ช่วงล่างแน่น มีสมดุลที่ดี การขับขี่ทางตรงนิ่งมาก การขับขี่ในเส้นทางโค้งไม่มีอาการย้วย หรือโยนตัว ดูดซับแรงสั่นสะเทือนได้ดี ช่วยให้นั่งได้สบายตัว

 

 

 


          การมีโอเวอร์แฮงก์ที่สั้น และการกระจายน้ำหนักลงเพลาหน้าและเพลาหลังใกล้เคียงกัน มีส่วนช่วยในเรื่องนี้ได้มาก และแน่นอนรวมถึงการลดน้ำหนักลงไป 55 กก. เมื่อเทียบกับรุ่นเดิมก็มีส่วนทำให้รถมีความคล่องตัวสูง แม้ขนาดตัวถังจะใหญ่ขึ้นก็ตาม


          รวมไปถึงการออกแบบโดยรวมของตัวถังที่เน้นเรื่องหลักอากาศพลศาสตร์ การลดแรงต้านของลม ซึ่งรวมถึงการออกแบบกระจังหน้าที่มีระบบเปิดปิด เมื่อเครื่องยนต์ไม่ต้องการลมเข้าไประบายความร้อน ก็จะปิดกระจังหน้าเพื่อให้การไหล่ลื่นของอากาศดีขึ้น ลดแรงต้าน โดยค่าซีดี อยู่ที่ 0.26 ลดลง 0.03 จากรุ่นก่อนหน้า


          เครื่องยนต์ดีเซล ทวิน เพาเวอร์ เทอร์โบ 2.0 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 190 แรงม้า ที่ 4,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 400 นิวตันเมตร ที่ 1,750-2,500 รอบ/นาที ความเร็วสูงสุด 240 กม./ชม. อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. 6.8 วินาที เกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด ใช้ยางขนาด 225/45 R18

 

 

 


          ถ้าขับแบบไม่ตะบี้ตะบันตลอดเวลา ประหยัดเอาเรื่องทีเดียว ผมขับขี่รวมระยะทางราว 500 กม. อัตราสิ้นเปลืองที่หน้าปัดบอกว่าทำได้ 17.3 กม./ลิตร


          แต่แน่นอน การใช้ความเร็วของรถที่ให้อารมณ์สปอร์ตแบบนี้ มีเป็นระยะๆ แน่นอน เช่น การเปลี่ยนช่องทางไปมา ซึ่งเกิดขึ้นบ่อยๆ จากปัญหาวินัยจราจรที่ย่ำแย่ของหลายคน ขับเกะกะทุกเลน โดยไม่สนใจว่าตัวเองใช้ความเร็วเท่าไร นอกจากนี้ก็ต้องใช้ในช่วงการเร่งแซง โดยเฉพาะช่วงจากบางเลน มาศาลายา ที่ทางก็เล็กๆ แต่เจอรถ 10 ล้อ 18 ล้อ เยอะมาก แถมหลายคันกลัวเหงาหรืออย่างไรไม่ทราบ ขับใกล้ๆ กัน ถ้ารถแรงไม่ดีจริง อัตราเร่งไม่ดีจริง แซงยากแน่นอน ต้องต่อแถวยาวเป็นงูกินหาง ซึ่งแน่นอนรถหลายคันที่ไม่สามารถแซงได้ ก็ทำให้การแซงของ 320d คันนี้ ต้องเพิ่มระยะมากขึ้นไปอีก


          320d มีโหมดขับขี่ให้เลือก ทั้ง ECO PRO, COMFORT, SPORT และ INDIVIDUAL ซึ่งการใช้ COMFORT ก็เพียงพอ แต่ถ้าอยากเพิ่มความสนุกมากขึ้น การตอบสนองของเครื่องยนต์กระฉับกระเฉงขึ้น พวงมาลัยน้ำหนักมากขึ้น แนะนำว่าแช่ไว้ที่ SPORT ก็ได้ครับ

 

 

 

 


          เมื่อถอนคันเร่ง จะรู้สึกได้ว่ารถมีความหน่วงที่มาก หลายคนอาจจะไม่ชิน ประมาณว่าถ้าอยากจะไหลไปข้างหน้ามากขึ้น อาจจะต้องเติมคันเร่งเบาๆ อีกหน่อย อาจจะดูไม่ลื่นไหลกับการขับในช่วงรถหนาแน่น แต่ก็เพื่อความปลอดภัย และหากชินกับจังหวะเมื่อขับไปสักพัก ก็ไม่มีปัญหาอะไร ส่วนเบรกไว้ใจได้


          320d เป็นรถซีดาน ที่ให้อารมณ์สปอร์ตชัดเจน จัดการกับเส้นทางได้ดี และตอบสนองผู้ขับขี่ได้อย่างรู้ใจ

Shares :
เปิดอ่าน 6,110 ครั้ง

ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อนกัน ไลน์@komchadluek ที่นี่

5 อันดับข่าวฮิต
Recommended